ผลต่อราคาช่วงใกล้
การลดลงของก๊าซในคลังล่าสุดที่ 38 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf: billion cubic feet คือหน่วยปริมาณก๊าซ) ต่ำกว่าที่เราคาด 42 Bcf สะท้อนว่าอุปทานตึงตัวน้อยกว่าที่คิด ขณะที่ฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงใช้ก๊าซมากกำลังจะจบ เรามองว่าเป็นสัญญาณชัดว่าราคาอาจถูกกดลงในระยะสั้น การผลิตยังสูงต่อเนื่อง โดยผลผลิตอยู่แถว 105 Bcf ต่อวัน ทำให้ตลาดมีของเพียงพอ ประกอบกับปลายฤดูหนาวที่อุ่นกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่ใช้ทำความร้อนหลัก ทำให้ความต้องการใช้ก๊าซเพื่อทำความร้อนลดลงมาก เมื่อมองจากปี 2025 รูปแบบนี้คล้ายช่วงฤดูหนาว El Niño ปี 2023-2024 (El Niño: ภาวะอุณหภูมิน้ำทะเลแปซิฟิกสูงกว่าปกติ ส่งผลให้สภาพอากาศเปลี่ยน) ที่ทำให้ราคาก๊าซอ่อนมากเช่นกัน การนำออกจากคลังที่น้อยลงนี้ทำให้ปริมาณก๊าซคงเหลือในคลังยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอย่างมาก น่าจะมากกว่า 30% นอกจากนี้ คลังเก็บก๊าซของยุโรปก็อยู่ในระดับสูงมากสำหรับช่วงเวลานี้ โดยปัจจุบันอยู่แถว 60% (storage: การเก็บสำรองในคลัง) ซึ่งอาจลดความต้องการนำเข้า LNG จากสหรัฐ (LNG: ก๊าซธรรมชาติเหลว ใช้ขนส่งทางเรือ) ปัจจัยรวมกันชี้ว่าราคาอาจอ่อนต่อเนื่องการวางตำแหน่งและการเทรด
ในภาพรวมที่อุปทานล้นตลาดนี้ ควรพิจารณาเปิดหรือเพิ่มสถานะขาลง (bearish positions: ลงทุนเพื่อหวังว่าราคาจะลง) การซื้อออปชัน Put (Put options: สิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิง ใช้ทำกำไร/ป้องกันความเสี่ยงเมื่อราคาลง) ของสัญญาเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะ เพื่อเกาะแนวโน้มราคาที่คาดว่าจะลดลงเข้าสู่ช่วงไหล่ฤดูกาล (shoulder season: ช่วงรอยต่อที่ความต้องการพลังงานไม่สูง เช่น หลังหนาวก่อนร้อน) กลยุทธ์นี้ช่วยจำกัดความเสี่ยง (define our risk: กำหนดความเสียหายสูงสุดล่วงหน้า) และยังได้ประโยชน์หากราคาปรับลงเมื่อตลาดรับรู้ภาวะอุปทานเกิน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets