This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐฯ แตะ 212,000 ราย ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 215,000 รายเมื่อต้นเดือนมีนาคม

by VT Markets
/
Mar 12, 2026
สหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น โดยค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์อยู่ที่ 212,000 สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 6 มีนาคม ตัวเลขนี้ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 215,000 เราต้องย้อนดูข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานวันที่ 6 มีนาคม 2025 ในฐานะ “จุดอ้างอิง” ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ 212,000 สะท้อนว่าตลาดแรงงานแข็งแกร่งกว่าที่คาดมาก และความแข็งแกร่งนี้ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed—หน่วยงานที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ) เลื่อนการเปลี่ยนทิศทางนโยบายดอกเบี้ย (pivot—การเปลี่ยนจากคุมเข้มไปผ่อนคลาย หรือกลับกัน) ตลอดปี 2025

สัญญาณทางประวัติศาสตร์จากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

ข้ามมาถึงวันนี้ 12 มีนาคม 2026 เราเห็นรูปแบบคล้ายกันกำลังก่อตัว ข้อมูล “ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง” (Continuing Claims—จำนวนคนที่ยังคงรับสวัสดิการว่างงานอยู่) ของสัปดาห์ล่าสุดออกมาที่ 1.91 ล้านคน ยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI—ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนกุมภาพันธ์ล่าสุดอยู่ที่ 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-over-year—เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน) สูงกว่าที่คาด 3.2% นี่บอกว่าเงินเฟ้อยัง “เหนียว” (sticky—ลดลงช้าหรือคงอยู่สูงนานกว่าที่คิด) มากกว่าที่ตลาดตีราคาไว้ ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจต่อเนื่องทำให้เฟดตัดสินใจได้ยากขึ้น และลดโอกาสการลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ตลาดอาจมองโลกดีเกินไปเรื่องเวลาและขนาดของรอบการผ่อนคลาย (easing cycle—ช่วงที่เริ่มลดดอกเบี้ยหลายครั้ง) ในปีนี้ ดังนั้นควรคาดว่าผู้กำหนดนโยบายจะยังระมัดระวัง และคงดอกเบี้ยสูงไว้นาน (higher-for-longer—ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน) ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า นักเทรดควรพิจารณาซื้อ “พุทออปชัน” (puts—สัญญาที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงลดลง) บนสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย เช่น ฟิวเจอร์สของ SOFR (Secured Overnight Financing Rate—อัตราดอกเบี้ยข้ามคืนที่มีหลักประกัน ใช้เป็นตัวอ้างอิงสำคัญในตลาดการเงินสหรัฐฯ) ตำแหน่งนี้จะได้ประโยชน์หากตลาดเริ่ม “ตัดออกจากราคา” (price out—ลดความคาดหวังที่เคยสะท้อนไว้ในราคา) การลดดอกเบี้ย 1–2 ครั้งที่ตอนนี้ยังคาดกันสำหรับครึ่งหลังของปี 2026 ต้นทุนของออปชัน (options—สัญญาสิทธิในการซื้อ/ขายในราคาที่กำหนด) ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้น มุมมองนี้ยังชี้ว่าควรตั้งรับมากขึ้นกับดัชนีหุ้น การซื้อ “พุทสเปรด” (put spreads—การซื้อพุทหนึ่งสัญญาและขายพุทอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิ (strike) ต่างกัน เพื่อลดต้นทุน) บนกองทุน ETF SPDR S&P 500 (SPY—กองทุนที่อิงดัชนี S&P 500) ที่หมดอายุเดือนพฤษภาคม อาจช่วยคุ้มครองหากตลาดย่อตัว (pullback—การปรับลงระยะสั้น) เมื่อผู้ลงทุนยอมรับความจริงเรื่องดอกเบี้ยสูง กลยุทธ์นี้จำกัดทั้งเงินที่จ่ายล่วงหน้าและขาดทุนสูงสุด สุดท้าย ช่องว่างระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจกับความคาดหวังของตลาดมีแนวโน้มทำให้ตลาดผันผวนขึ้น (choppiness—ขึ้นลงแรงและไร้ทิศทาง) ควรพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” (calls—สัญญาที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มขึ้น) บนดัชนีความผันผวน CBOE (VIX—ดัชนีที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระยะสั้น มักถูกเรียกว่าดัชนีความกลัว) โดยมองกรอบเวลา 30–45 วัน การเทรดแบบนี้จะได้ประโยชน์หากความไม่แน่นอนพุ่งขึ้นเมื่อ ตลาดต้องปรับมุมมองใหม่ต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด

การวางตำแหน่งรับมือดอกเบี้ยสูงนาน

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code