การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์
สำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency: IEA) ประกาศเมื่อวันพุธว่าจะปล่อยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อช่วยกดราคาพลังงาน โดยยังไม่กำหนดช่วงเวลาการปล่อย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็มีแผนปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังน้ำมันฉุกเฉินของสหรัฐฯ นี่เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างหลายประเทศเพื่อกดราคาน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินที่ปรับขึ้นในช่วงสงครามอิหร่านความเสี่ยงของตลาดและผลต่อการเทรด
สำหรับนักเทรด “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อย่างน้ำมัน) ประเด็นสำคัญจากปี 2025 คือ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ค่าที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาสัญญาออปชัน) พุ่งแรง เราเห็นดัชนีความผันผวนน้ำมันดิบของ CBOE (CBOE Crude Oil Volatility Index: OVX—ดัชนีที่วัดความคาดหวังความผันผวนของราคาน้ำมันจากออปชัน) ขึ้นไปถึงระดับที่ไม่เห็นตั้งแต่ต้นปี 2022 ทำให้ “ค่าเบี้ยออปชัน” (options premium: ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อสัญญาออปชัน) แพงมาก ตอนนี้เมื่อความขัดแย้งโดยตรงดูเบาลง ความผันผวนน่าจะลดลงจากจุดพีค ด้วยคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ที่ต่ำ และความตึงเครียดที่ยังค้างอยู่ ช่วงสัปดาห์ข้างหน้าอาจเป็นโอกาสในการวางตำแหน่งเพื่อรับมือความไม่แน่นอนในอนาคต การซื้อ “คอลออปชันระยะยาว” (long-dated call options: สิทธิในการซื้อในอนาคตที่วันหมดอายุยาว) เป็นวิธีหนึ่งในการรับโอกาสจากราคาที่อาจพุ่งขึ้น โดยกำหนดความเสี่ยงไว้ชัดเจน นี่เปรียบเหมือนการซื้อประกันเผื่อวิกฤตกลับมา ในช่วงที่ค่าเบี้ยยังไม่แพงเท่าตอนวิกฤตหนักปีที่แล้ว ในทางกลับกัน นักเทรดที่เชื่อว่าความนิ่งจะอยู่ต่อ อาจใช้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากค่าเบี้ยที่ยังสูงอยู่แม้ลดจากจุดพีค เช่น การขาย “พุทสเปรดนอกเงิน” (out-of-the-money put spreads: ขายสัญญาพุทที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาตลาด พร้อมซื้อพุทอีกตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยง) เพื่อรับค่าเบี้ย โดยมองว่าราคาน้ำมันมีแนวรับแข็งจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์จาก “มูลค่าเวลาลดลง” (time decay: มูลค่าของออปชันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป) ตราบใดที่ไม่เกิดการราคาร่วงแรง สร้างบัญชี VT Markets แบบไลฟ์ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets