ระดับทางเทคนิคและแนวโน้ม
ขณะนี้ EUR/USD ซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA) ที่ 1.1672 หลังจากเคยขึ้นไปเหนือเส้นนี้เมื่อ 3 มีนาคม หากหลุดต่ำกว่า 1.1500 อาจเปิดทางไปยัง “แนวรับ (support)” ที่จุดต่ำรายวัน 5 พฤศจิกายน 2025 ที่ 1.1468 จากนั้น 1.1450 และต่อไปที่ 1.1391 จาก 1 สิงหาคม 2025 (แนวรับคือระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา) ฝั่งขึ้น ราคาอาจต้องกลับมายืนเหนือ 1.1600 เพื่อทดสอบ 1.1672 อีกครั้ง หากผ่านได้ทั้งสองระดับ จะเจอ “แนวต้าน (resistance)” แถว 1.1700 (แนวต้านคือระดับที่มักมีแรงขายกดราคา) เมื่อ EUR/USD ลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน เรามองภาพรวมเป็น “ขาลง (bearish)” ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า การยืนเหนือ 1.1672 ไม่ได้สะท้อนว่าแรงส่งเริ่มอ่อนลง (momentum คือความแรงของการเคลื่อนไหวราคา) มุมมองนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่ “ยิลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี” ทรงตัวแข็งแกร่งแถว 4.6% และตัวเลข “เงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐ” ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยเมื่อสัปดาห์ก่อน (CPI คือดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) จึงตอกย้ำว่าธนาคารกลางสหรัฐไม่น่าจะรีบลดดอกเบี้ย สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์ (derivatives)” ซึ่งเป็นสัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน สภาพแวดล้อมนี้เหมาะกับกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการลงหรือการไม่ไปไหนของยูโร เรามองว่า การซื้อ “พุตออปชัน (put option)” ซึ่งเป็นสิทธิ์ในการขายที่ราคาเป้าหมาย เป็นวิธีตรงไปตรงมาในการวางแผนรับขาลง โดยเลือก “ราคาใช้สิทธิ (strike price)” ที่ 1.1500 หรือต่ำกว่า (strike คือราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสัญญา) และเลือกวันหมดอายุปลายเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 2026 เพื่อให้มีเวลาเพียงพอให้ราคาทดสอบแนวรับด้านล่างที่กล่าวไว้กลยุทธ์ออปชันสำหรับมุมมองขาลง
อีกแนวทางคือทำ “สเปรดแบบขายคอล (bear call spread)” เพื่อใช้ประโยชน์จากแนวต้านด้านบน (เป็นกลยุทธ์ออปชันที่คาดว่าราคาจะไม่ขึ้นมาก โดยขายคอลใกล้ราคาใดราคาหนึ่ง และซื้อคอลที่สูงกว่าเพื่อจำกัดความเสี่ยง) ตัวอย่างคือขาย “คอลออปชัน (call option)” ที่สิทธิ์ในการซื้อ ราคาใช้สิทธิใกล้ 1.1650 และซื้อคอลเพื่อป้องกันที่ 1.1700 จะทำให้เกิดรายได้หาก EUR/USD ยังอยู่ต่ำกว่าระดับที่เราขายคอลไว้ กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงจำกัด และได้ประโยชน์จาก “มูลค่าที่ลดลงตามเวลา (time decay)” ตราบใดที่ราคายังถูกกดไว้ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (time decay คือมูลค่าออปชันที่ลดลงเมื่อเวลาใกล้หมดอายุ) หากย้อนดูการเคลื่อนไหวในปี 2025 จะเห็นว่าการทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันแบบต่อเนื่องมักนำไปสู่เทรนด์หลายสัปดาห์ จุดต่ำเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ 1.1468 และเดือนสิงหาคม 2025 ที่ 1.1391 เป็นระดับสำคัญที่อาจถูกทดสอบอีกครั้ง หากแนวรับ 1.1500 แตกลง ผู้เทรดจึงควรจับตาระดับ 1.1500 อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการลงรอบถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้องจัดการความเสี่ยงเผื่อกรณีมุมมองขาลงผิดทาง หากมีการปิดรายวันกลับขึ้นไปเหนือ 1.1600 อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณแรกของการกลับตัวขึ้น (bullish reversal คือแนวโน้มเริ่มเปลี่ยนเป็นขาขึ้น) และควรลดหรือปิดสถานะฝั่งขาลง หากราคากลับไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ที่ 1.1672 ได้ จะทำให้สมมติฐานขาลงนี้ใช้ไม่ได้ไปทั้งหมด
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets