Key Technical Levels
ฝั่งขาขึ้น ธนาคารชี้แนวต้านที่ “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย 200 วัน” (เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 200 วัน ใช้ดูแนวโน้ม) ที่ 1.1676 สัปดาห์นี้ EUR/USD ลงไปแถว 1.1507 และระดับนี้อาจถูกทดสอบอีก หากตลาดยังไม่นิ่ง Rabobank เชื่อว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจะหนุนดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินยูโรอาจถูกกดดันเพราะยูโรโซนเป็น “ผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ” (ต้องนำเข้าพลังงานมากกว่าส่งออก) ธนาคารมองว่าหากราคาพลังงานสูงนาน อาจดัน EUR/USD กลับไปแถว 1.14 เหมือนช่วงหน้าร้อนปีก่อน และอาจต่ำกว่านั้นOptions Strategies For Volatility
จากภาพรวมนี้ เรามองว่ามีโอกาสจากการวางสถานะเพื่อรับการอ่อนค่าต่อของ EUR/USD การซื้อ “พุตออปชัน” (สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด) ที่ “ราคาใช้สิทธิ” (ราคาที่ตกลงซื้อ/ขายในสัญญา) ต่ำกว่าจุดต่ำล่าสุด 1.1507 เป็นทางเลือกที่จำกัดความเสี่ยงชัดเจน เพื่อทำกำไรหากราคาลงไปหาโซน 1.14 ซึ่งเป็นระดับที่เคยเห็นช่วงหน้าร้อนปี 2025 การเพิ่มขึ้นของสถานะ “เน็ตชอร์ต” (ภาพรวมตลาดถือฝั่งขายมากกว่าฝั่งซื้อ) ในเงินยูโรช่วงหลายสัปดาห์ล่าสุด บ่งชี้ว่ามุมมองนี้เริ่มเป็นที่เห็นพ้องมากขึ้น ความไม่แน่นอนที่สูงยังทำให้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จาก “ความผันผวน” (การแกว่งขึ้นลงแรง) น่าสนใจ การซื้อ “สตรัดเดิล” (ซื้อออปชันทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ราคาใช้สิทธิใกล้กัน) หรือ “สตรังเกิล” (ซื้อออปชันทั้งสองฝั่งแต่ใช้ราคาใช้สิทธิต่างกัน) อาจเหมาะสำหรับเทรดการแกว่งแรงที่คาดว่าจะเกิดรอบการประกาศผลประชุมธนาคารกลาง วิธีนี้ช่วยให้ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ โดยไม่ต้องเดาทิศทางให้ถูกในระยะสั้นมาก สำหรับผู้ที่มองว่าโอกาสขึ้นถูกจำกัด การขาย “คอลออปชัน” (สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) หรือทำ “แบร์คอลสเปรด” (ขายคอลที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และซื้อคอลอีกตัวที่สูงกว่า เพื่อลดความเสี่ยง) เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ 1.1676 ดูเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะ ระดับนี้เป็นแนวต้านแข็งมาตั้งแต่ต้นปี ช่วยให้ผู้เทรดได้รับ “พรีเมียม” (ค่าที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของยูโรยังอ่อนแอ
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets