This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของสหรัฐฯ (ปรับตามฤดูกาล) เพิ่มขึ้นเป็น 333.51 เทียบกับ 332.79 ในเดือนกุมภาพันธ์ก่อนหน้า

by VT Markets
/
Mar 11, 2026
ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI: ดัชนีที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ โดย “ตัดออก” หมวดอาหารและพลังงานที่ราคาผันผวนสูง) ของสหรัฐฯ แบบปรับฤดูกาล (seasonally adjusted: ปรับข้อมูลให้ไม่ถูกรบกวนจากรูปแบบตามฤดูกาล เช่น ช่วงเทศกาลหรืออากาศ) เพิ่มขึ้นเป็น 333.51 ในเดือนกุมภาพันธ์ จาก 332.79 ในเดือนก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นเท่ากับ 0.72 จุดดัชนีเมื่อเทียบรายเดือน (month on month: เทียบกับเดือนก่อนหน้า) ข้อมูลนี้หมายถึง Core CPI ที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน

ผลต่อแนวทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve)

ข้อมูล Core CPI เดือนกุมภาพันธ์ชี้ว่าเงินเฟ้อ (inflation: ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น ทำให้เงินซื้อของได้น้อยลง) ไม่ได้ชะลอลงเร็วอย่างที่คาด การเพิ่มขึ้นที่เกินคาดนี้ทำให้มีแนวโน้มว่า Federal Reserve (Fed: ธนาคารกลางสหรัฐ ผู้กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้สูงนานขึ้น จึงต้องประเมินใหม่เรื่องช่วงเวลาการลดดอกเบี้ย (rate cuts: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ที่เคยคาดกันไว้ช่วงกลางปีนี้ เมื่อรวมกับรายงานการจ้างงานสัปดาห์ก่อนที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาดและค่าจ้างโตดี ภาพรวมสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังทนทาน ตลาดสัญญาล่วงหน้าดอกเบี้ยเฟด (Fed funds futures: สัญญาที่สะท้อน “ความคาดหวัง” ของตลาดต่อดอกเบี้ยเฟดในอนาคต) ปรับมุมมองแล้ว โดยความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยก่อนเดือนกรกฎาคมลดลงมากในการซื้อขายช่วงกลางคืน สถานการณ์นี้คล้ายช่วงเงินเฟ้อที่ดื้อด้าน (stubborn inflation: เงินเฟ้อที่ลดลงช้า) ที่เคยทำให้ Fed ต้องเลื่อนการเปลี่ยนท่าที (pivot: เปลี่ยนจากเข้มงวดไปผ่อนคลายนโยบาย เช่น จากขึ้นดอกเบี้ยไปเริ่มลดดอกเบี้ย) สำหรับตลาดหุ้น นี่อาจกดดันกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย (interest-rate sensitive: ราคามักแกว่งแรงเมื่อดอกเบี้ยเปลี่ยน) เช่น เทคโนโลยี และหุ้นเติบโตที่ยังไม่มีกำไร (non-profitable growth companies: บริษัทโตเร็วแต่ยังขาดทุน) อาจพิจารณาซื้อพุตออปชัน (protective put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนดไว้ เพื่อกันความเสี่ยงขาลง) บนดัชนีอย่าง Nasdaq 100 หรือขายคอลสเปรดแบบราคาไกล (out-of-the-money call spreads: กลยุทธ์ขายคอลออปชันที่ราคาเป้าหมายสูงกว่าราคาปัจจุบัน พร้อมซื้อคอลอีกตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยง) โดยคาดว่าตลาดมีโอกาสขึ้นต่อได้จำกัด กลยุทธ์นี้ใช้เพื่อลดความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดไม่สามารถหวังการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ ได้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของ Fed จะทำให้ความผันผวนของตลาดสูงขึ้น ดัชนี VIX (VIX index: ดัชนีที่สะท้อน “ความผันผวนที่ตลาดคาดหวัง” จากราคาออปชันของ S&P 500) กระโดดขึ้นแล้วมากกว่า 10% จากข่าวนี้ ผู้ซื้อขายอาจพิจารณาซื้อคอลของ VIX (VIX calls: ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อ VIX ปรับขึ้น) หรือใช้กลยุทธ์ออปชันแบบสตรัดเดิล (straddles: ซื้อทั้งคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อรับโอกาสจากการแกว่งตัวที่มากขึ้นในช่วงสัปดาห์ถัดไป

การวางตำแหน่งในตลาดอัตราดอกเบี้ยและค่าเงิน

ในตลาดอัตราดอกเบี้ย ขณะนี้ควรวางแผนรับมุมมองว่า Fed จะเข้มงวด (hawkish: ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อ จึงมีแนวโน้มคง/ขึ้นดอกเบี้ย) ซึ่งรวมถึงการถือสถานะในสัญญา SOFR ฟิวเจอร์ส (SOFR futures: สัญญาล่วงหน้าอ้างอิงอัตราดอกเบี้ย SOFR ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของสหรัฐ) ที่ได้ประโยชน์หากดอกเบี้ยยังสูงไปจนถึงปลายปี ดังนั้นดอลลาร์สหรัฐอาจแข็งค่า ทำให้คอลออปชันบนดัชนีดอลลาร์ (dollar index: ดัชนีที่วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลัก) น่าสนใจเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นใกล้จะลดดอกเบี้ยมากกว่า

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code