ความขัดแย้งภูมิภาคทำให้ตลาดไม่แน่นอน
ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานช่วงดึกวันอังคารว่า อิสราเอลปฏิเสธคำขอของเลบานอนให้หยุดสู้รบเพื่อเปิดทางเจรจา โดยระบุว่าอิสราเอลต้องการให้การเจรจาเกิดขึ้น “ท่ามกลางการยิงกัน” น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI—น้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐฯ) ลดลง 1.06% อยู่ที่ 83.85 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน ราคาก่อนหน้านี้ขึ้นไปถึง 113.28 ดอลลาร์เมื่อต้นสัปดาห์ สูงสุดในรอบมากกว่าสามปี เราเห็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นอย่างมาก มีการโจมตีโดยตรงระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน และมีกาตาร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ตลาดไม่แน่นอนอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่นักเทรดต้องนำไปคิดในราคา ดัชนีความผันผวนของน้ำมันดิบของ CBOE (OVX—ดัชนีที่วัดความผันผวนที่ตลาดคาดไว้จากราคาของออปชันน้ำมัน) จึงพุ่งขึ้นมากกว่า 40% ในสัปดาห์นี้ แตะระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่วิกฤตการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานปี 2025 การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ WTI เป็นสัญญาณชัดของความผันผวน หลังราคาพุ่งจากความกลัวไปเกิน 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (barrel—หน่วยปริมาณน้ำมัน) จากนั้นย่อลงแรงเกือบ 26% มาแถว 80 ดอลลาร์กลางๆ สะท้อนว่านักเทรดอาจขายทำกำไร หรือเริ่มกังวลว่าอุปสงค์ (demand—ความต้องการซื้อ/ใช้) จะหายไปหากความขัดแย้งลุกลาม ทำให้คาดทิศทางยาก เพราะตลาดถูกดึงระหว่างความเสี่ยงด้านอุปทาน (supply—ปริมาณที่มีขาย/ผลิตได้) และความกลัวเศรษฐกิจถดถอย เมื่ออิสราเอลปฏิเสธการเจรจาหยุดยิง คาดว่าความตึงเครียดจะยืดเยื้อหลายสัปดาห์ ทำให้ความผันผวนสูงในสินทรัพย์หลายประเภท ดัชนี VIX (ตัวชี้วัดความกลัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่อ้างอิงจากความผันผวนที่คาดไว้ของออปชัน) กระโดดขึ้นไปที่ 35 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวมาก เพราะนักเทรดทำเฮดจ์ (hedge—ลดความเสี่ยงด้วยการถือสถานะป้องกัน) จากผลกระทบที่อาจลามออกไป เรามองว่า การเตรียมรับการแกว่งของราคาอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการเดาทิศทางเฉพาะ เป็นแนวทางที่เหมาะกว่ากลยุทธ์สำหรับตลาดผันผวน
นักเทรดอนุพันธ์ (derivatives—เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) ควรพิจารณาใช้ออปชัน (options—สัญญาที่ให้ “สิทธิ” ซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด) เพื่อกำหนดความเสี่ยง เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนเร็วตามข่าวหัวเดียว การซื้อสแตรงเกิลระยะยาว (long-dated strangle—ซื้อออปชันซื้อและออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิคนละระดับ เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรงขึ้นหรือลง) บน ETF น้ำมันอย่าง USO (ETF—กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและอ้างอิงตะกร้าสินทรัพย์) ทำให้ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแรงได้ทั้งสองทาง ไม่ว่าจะเป็นราคาพุ่งจากช็อกด้านอุปทาน หรือราคาร่วงจากช็อกด้านอุปสงค์ อย่างไรก็ดี ความผันผวนที่ตลาดคาดไว้ (implied volatility—ความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) สูง ทำให้กลยุทธ์นี้มีต้นทุนแพง แต่ความเสี่ยงจากการไปเดิมพันทิศทางด้วยฟิวเจอร์ส (futures—สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผูกมัดให้ซื้อ/ขายในอนาคต) แล้วผิดทางก็สูงกว่า เรายังมองหาโอกาสรายอุตสาหกรรมที่ชัดกว่า ออปชันคอล (call options—สิทธิซื้อ) ของผู้รับเหมาด้านกลาโหมน่าสนใจขึ้น เพราะคำสั่งซื้อมีแนวโน้มเพิ่ม หุ้นอย่าง Northrop Grumman ปรับขึ้นแล้ว 8% ในสัปดาห์นี้ ในทางกลับกัน ออปชันพุท (put options—สิทธิขาย) บน ETF สายการบินและขนส่งอาจใช้เป็นเฮดจ์ได้ เพราะกำไรต่อหน่วย (margins—ส่วนต่างกำไร) จะถูกกดจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงต่อเนื่อง และความเสี่ยงที่เส้นทางการค้าโลกถูกรบกวน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets