รูปแบบในอดีตและดอลลาร์อ่อนค่า
ตอนนี้เรากำลังเห็นรูปแบบที่คล้ายเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน เช่น ช่วงต้นปี 2018 ตอนนั้น GBP/USD ขยับผ่าน 1.3450 แม้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) เพิ่มขึ้น เพราะดอลลาร์อ่อนค่าทั่วกระดาน เรื่องนี้ชี้ว่าเงินดอลลาร์ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (ที่คนมักถือเมื่อกลัวความเสี่ยง) เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อปัจจัยพื้นฐานของดอลลาร์เองอ่อนแอ ขณะนี้ดอลลาร์ยังอ่อนลง แม้มีความตึงเครียดด้านการค้าในเอเชีย ทำให้เกิดภาพคล้ายกัน ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ออกมาต่ำกว่าที่คาดที่ 2.8% ทำให้ตลาดคาดการณ์ทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ) เปลี่ยนไป ตอนนี้ตลาดให้โอกาสมากกว่า 65% ว่าจะ “ลดดอกเบี้ย” ภายในไตรมาส 3 (ช่วง 3 เดือนของปี) ซึ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์อย่างมาก ขณะเดียวกัน เงินปอนด์ได้แรงพยุงจากธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England หรือ BoE: หน่วยงานกำหนดอัตราดอกเบี้ยของสหราชอาณาจักร) ที่ยังมีท่าทีเข้มงวดกว่า (hawkish: มีแนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/ไม่รีบลดดอกเบี้ย) ข้อมูลการเติบโตของค่าจ้างในสหราชอาณาจักรยังสูงและลดลงยาก อยู่ที่ 5.9% ในข้อมูลล่าสุดเดือนมกราคม 2026 ทำให้ BoE ยังไม่อยากลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป ความต่างของนโยบายระหว่าง Fed ที่ผ่อนคลาย (dovish: เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจ) กับ BoE ที่รอและระมัดระวัง เป็นแรงขับหลักของคู่เงินนี้ สำหรับนักเทรด “อนุพันธ์” (derivative: สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ค่าเงิน) เรื่องนี้ชี้ว่ามีโอกาสวางตำแหน่งเพื่อให้ได้ประโยชน์จาก GBP/USD ที่อาจแข็งค่าต่อในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การซื้อ “คอลออปชัน” (call option: สิทธิในการซื้อในราคา/ระดับที่กำหนด) ที่มี “ราคาใช้สิทธิ” (strike price: ระดับราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสิทธิ) สูงกว่าบริเวณ 1.2850 ปัจจุบัน อาจเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเก็บโอกาสที่ราคาไปทดสอบระดับจิตวิทยา 1.3000 (psychological level: ระดับกลมๆ ที่คนในตลาดให้ความสำคัญ) วิธีนี้ช่วยทำกำไรจากแนวโน้มขึ้นที่คาดไว้ พร้อมจำกัดความเสี่ยงขาลง (downside risk: ความเสี่ยงที่ราคาลดลง)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets