อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอและผลต่อแนวทางนโยบาย
ตัวเลขการใช้จ่ายของครัวเรือนเดือนมกราคมที่ลดลง 1% แทนที่จะเพิ่มขึ้น 2.5% ตามคาด แสดงว่าเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นอ่อนแรงมาก ข้อมูลที่แย่นี้ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: ธนาคารกลางของญี่ปุ่น) จะ “เข้มงวดนโยบายการเงิน” ในเร็ว ๆ นี้ต่ำมาก (หมายถึงการขึ้นดอกเบี้ยหรือทำให้นโยบายการเงินผ่อนคลายน้อยลง) จึงควรเตรียมรับแนวโน้มที่ธนาคารกลางจะยัง “ผ่อนคลายนโยบาย” ต่อไป (นโยบายที่ช่วยให้การกู้ยืมง่าย ดอกเบี้ยต่ำ) มุมมองนี้สนับสนุนว่าเงินเยนญี่ปุ่นน่าจะยังอ่อนค่าต่อในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ปัจจัยสำคัญคือ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ (ความต่างของผลตอบแทน/ดอกเบี้ย ทำให้เงินไหลไปหาประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า) โดยขณะนี้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-year Treasury: พันธบัตรที่รัฐบาลสหรัฐกู้เงินระยะ 10 ปี) ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นมากกว่า 3.5 จุดเปอร์เซ็นต์ (Japanese Government Bonds: พันธบัตรที่รัฐบาลญี่ปุ่นกู้เงิน) ช่องว่างที่กว้างนี้จูงใจให้เงินทุนไหลออกจากเงินเยน ทำให้ค่าเงินเยนถูกกดดันให้อ่อนลง สำหรับผู้เทรดหุ้น สถานการณ์นี้อาจเป็นโอกาสในดัชนี Nikkei 225 (ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น) เงินเยนที่อ่อนค่ามักเป็นผลดีต่อบริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่เน้นส่งออก เพราะทำให้รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เราเคยเห็นลักษณะคล้ายกันในครึ่งหลังของปี 2025 ที่เงินเยนอ่อนค่าพร้อมกับหุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นแรง จากแนวโน้มนี้ เราเห็นว่าการวางแผนรับ “เยนอ่อนค่า” เพิ่มผ่าน “ตราสารอนุพันธ์” เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ค่าเงินหรือดัชนี) วิธีที่ทำได้ เช่น ซื้อ “ออปชันซื้อ” (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาเงื่อนไขภายในเวลาที่กำหนด) บนคู่เงิน USD/JPY หรือขายสัญญา “ฟิวเจอร์สเงินเยน” (yen futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและวันส่งมอบล่วงหน้า) การที่ข้อมูลการใช้จ่ายออกมาต่ำกว่าคาดเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ชัดเจนสำหรับแนวคิดนี้ เพราะทำให้ความหวังที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะกลับมา “เข้มงวด” (hawkish: แนวโน้มเน้นขึ้นดอกเบี้ย/ทำให้นโยบายตึงตัว) ลดลง ควรติดตาม “ความผันผวนโดยนัย” ด้วย (implied volatility: ค่าที่ตลาดคาดว่าราคาจะผันผวน สะท้อนผ่านราคาออปชัน) ซึ่งน่าจะสูงขึ้นก่อนการประชุมนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนนี้ ความผันผวนที่สูงขึ้นอาจทำให้กลยุทธ์ออปชันอย่าง “ซื้อสตรัดเดิล” มีต้นทุนแพงขึ้น (straddle: ซื้อทั้งออปชันซื้อและออปชันขายที่ราคาเงื่อนไขใกล้กัน เพื่อหวังทำกำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) แต่ก็อาจทำกำไรได้มากขึ้นหากตลาดเคลื่อนไหวแรง อย่างไรก็ตาม แนวทางหลักควรเอนเอียงไปที่กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากเงินเยนอ่อนค่าและตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ยังทรงตัวได้ดีการวางสถานะลงทุนและการจัดการความเสี่ยง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets