เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดอิหร่านที่ดันราคาน้ำมันขึ้นและกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

by VT Markets
/
Mar 10, 2026
ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันจันทร์ เพราะบรรยากาศ “ไม่อยากเสี่ยง” (Risk aversion คือ นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงและไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า) ทำให้ความต้องการ “เงินดอลลาร์” เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับอิหร่าน คู่เงิน GBP/USD อยู่ที่ 1.3366 ลดลง 0.28% ณ เวลาที่เขียน ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังสถานการณ์รุนแรงขึ้น เพิ่ม 11% ก่อนจะย่อลง ระหว่างช่วงตลาดเอเชียวันจันทร์ก่อนหน้านั้น น้ำมันเคยขึ้นเกือบ 30%

มุมมองความเสี่ยงและแนวโน้มความผันผวน

จากการกลับมาของภาวะไม่อยากเสี่ยงและการย้ายเงินไปถือดอลลาร์สหรัฐ ควรคาดว่า “ความผันผวน” (Volatility คือ ราคาแกว่งขึ้นลงแรงและเร็ว) จะสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า “ความผันผวนคาดการณ์” (Implied volatility คือ ค่าที่อนุมานจากราคาสัญญาออปชันว่าตลาดคาดว่าราคาจะผันผวนแค่ไหน) บน “ออปชัน” ของ GBP/USD (Options คือ สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อ/ขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิก็ได้) น่าจะเพิ่มขึ้น สะท้อนความไม่แน่นอนจากช็อกราคาน้ำมันและความขัดแย้งอิหร่าน เราเห็นดัชนีความผันผวน GBP/USD ของ CME (CVOL คือ ดัชนีที่วัดความผันผวนที่ตลาดคาดจากข้อมูลออปชัน) กระโดดจากราว 7.5% สัปดาห์ก่อน เป็นมากกว่า 10% วันนี้ สูงสุดในรอบ 4 เดือน หากต้องการมุมมองแบบชี้ทิศทาง ควรพิจารณาซื้อ “พุตออปชัน” (Put option คือ สิทธิในการขาย ใช้ได้เมื่อคาดว่าราคาจะลง) ของ GBP/USD เพื่อรับโอกาสทำกำไรจากการปรับลงต่อ โดยมี “ความเสี่ยงจำกัด” (คือ ขาดทุนสูงสุดเท่ากับค่าเบี้ยออปชัน) สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิ ทำให้เงินปอนด์เปราะบางต่อการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลเงินเฟ้อสหราชอาณาจักรล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ยังเห็น CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้า/บริการ) อยู่ที่ 3.4% และลดลงยาก ต่างจากสหรัฐที่รับแรงกระแทกได้ดีกว่า และเศรษฐกิจแข็งแรงกว่า เมื่อมองย้อนกลับ สถานการณ์นี้สวนทางอย่างมากกับบรรยากาศตลอดปี 2025 ปีที่แล้วเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้ตลาด “คาดราคาไว้” (Price in คือ ใส่ความคาดหวังไว้ในราคาสินทรัพย์แล้ว) ว่าทั้งธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางสหรัฐจะลดดอกเบี้ยช่วงกลางปี 2026 แต่เหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่ปะทุขึ้นนี้ทำให้เรื่องนั้นเปลี่ยนไป และทำให้ตลาดต้องประเมินความเสี่ยงใหม่ในวงกว้าง ความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐเป็นแกนสำคัญของแนวคิดนี้ เพราะดอลลาร์เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe-haven คือ เงิน/สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อกลัวความเสี่ยง) และเศรษฐกิจในประเทศยังแข็งแรง รายงาน Non-Farm Payrolls ล่าสุด (NFP คือ จำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ) ที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ระบุว่าสหรัฐเพิ่มงานได้ 245,000 ตำแหน่ง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐอยู่ในจุดที่ “คงดอกเบี้ย” ได้ดีกว่าประเทศอื่น ดังนั้นควรพิจารณาถือสถานะซื้อดอลลาร์สหรัฐเทียบกับสกุลเงินของประเทศผู้นำเข้าพลังงานอื่น ๆ ไม่ใช่แค่เงินปอนด์

ตลาดพลังงานและการวางตำแหน่งด้วยออปชัน

ควรมองตลาดพลังงานโดยตรง เพราะเป็นต้นตอความไม่เสถียร ความผันผวนในสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI และ Brent รุนแรงมาก (Futures คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตกลงราคาไว้ล่วงหน้า) การใช้กลยุทธ์ออปชันแบบ “สตรัดเดิล” (Straddle คือ ซื้อคอลและพุตพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิใกล้เคียงกัน เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) อาจเหมาะสม เราจำได้ว่าราคาน้ำมันล่วงหน้าเคยพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงความขัดแย้งปี 2022 และโครงสร้างตลาดตอนนี้บ่งชี้ว่านักเทรดกำลังเตรียมรับความเป็นไปได้ของการแกว่งแรงคล้ายกัน

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code