แรงหนุนในประเทศ และตัวเร่งจากนโยบาย
การเปลี่ยนนโยบายช่วยหนุนตลาดหุ้นด้วย โดย KOSPI ผ่าน 5,000 ในเดือนมกราคม 2026 และ 6,000 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 การปฏิรูปในโครงการ “Value-Up” (โครงการเพิ่มมูลค่าบริษัท/ยกระดับคุณค่าผู้ถือหุ้น) ได้แก่ การแก้ไขกฎหมายพาณิชย์ (Commercial Act) เดือนกรกฎาคม 2025 กฎให้ยกเลิกหุ้นซื้อคืนภายใน 1 ปี (หุ้นซื้อคืน/treasury shares คือหุ้นที่บริษัทซื้อกลับมาเก็บไว้) และการลดภาษีเงินปันผลเดือนธันวาคม 2025 จาก 45% เหลือ 14%–30% (เงินปันผลคือเงินที่บริษัทจ่ายให้ผู้ถือหุ้น) ปลายปี 2025 มี 174 บริษัททำแผน Value-Up และสัดส่วนการลงทุนจากต่างประเทศเกือบเพิ่มเป็นสองเท่า ขณะที่ Korea Value-Up Index เพิ่มขึ้นกว่า 130% ตั้งแต่ปลายปี 2024 Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งคิดเป็นราวหนึ่งในสามของมูลค่าตลาด ถูกหนุนจากความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI (AI คือระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้จากข้อมูล) โดย SK Hynix มีกำไรจากการดำเนินงานปี 2025 ที่ 47.2 ล้านล้านวอน เทียบกับ Samsung ที่ 43.6 ล้านล้าน และส่วนแบ่ง NAND ไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 28% และ 22.1% (NAND คือชิปหน่วยความจำแบบแฟลชสำหรับเก็บข้อมูล) ในปี 2025 หุ้น SK Hynix ขึ้น 274% และ Samsung ขึ้น 125% จากนั้นเพิ่มอีก 41% และราว 56% นับจากต้นปีถึง 6 มีนาคม 2026 วิธีที่ตรงที่สุดในการเกาะกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป คือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลักในอุปกรณ์) คือใช้ออปชันแบบซื้อ (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหุ้นในอนาคตที่ราคากำหนด โดยไม่บังคับต้องซื้อ) กับผู้นำอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเป็นแรงหลักของดัชนี การใช้คอลสเปรด (call spreads: ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายคอลอีกตัวเพื่อลดต้นทุน) ช่วยลดเงินที่ต้องจ่ายล่วงหน้า แต่ยังได้โอกาสทำกำไรหากแรงส่งยังไปต่อในระยะใกล้ อย่างไรก็ดี การเข้ามาของนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2025 ทำให้ตลาดเสี่ยงต่อการเปลี่ยนอารมณ์อย่างฉับพลัน เราเคยเห็นภาพคล้ายกันในกระแส “มดดงฮัก” ปี 2020–2021 ซึ่งการขึ้นนำโดยรายย่อยสุดท้ายตามด้วยการปรับฐานแรง การซื้อพุตออปชันนอกเงิน (out-of-the-money put options: พุตคือสิทธิขายที่ราคากำหนด นอกเงินหมายถึงราคาสิทธิยังไม่คุ้มเทียบกับราคาปัจจุบัน จึงมักถูกกว่า) บนดัชนี KOSPI 200 (ดัชนีหุ้นเกาหลี 200 ตัวใหญ่) อาจช่วยคุ้มกันความเสี่ยง (hedge: ลดผลกระทบหากตลาดกลับทิศ) จากการกลับตัวฉับพลันในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าการจัดวางสถานะ และการจัดการความเสี่ยงขาลง
พร้อมกันนั้น โครงการ “Value-Up” เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้าง (แรงหนุนระยะยาวจากกติกา/ระบบ) โดยดึงเงินจากสถาบัน (นักลงทุนสถาบัน เช่น กองทุน บริษัทประกัน) ให้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิ (ซื้อรวมมากกว่าขาย) หุ้นเกาหลีมากกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงขึ้นผ่านปี 2025 และเงินไหลเข้านี้ช่วยลดโอกาสขาลงรุนแรง ทำให้การปรับลงน่าจะไม่ลึก กลยุทธ์อย่างขายพุตสเปรด (selling put spreads: ขายพุตหนึ่งตัวและซื้อพุตอีกตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยง) จึงเป็นทางเลือกเพื่อรับ “พรีเมียม” (premium: เงินค่าขายสัญญาออปชัน) จากผู้ที่คาดว่าตลาดจะย่อตัว
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets