วิธีที่ FXStreet คำนวณราคาทองคำในประเทศ
FXStreet แปลงราคาทองคำสากลเป็นราคาในประเทศ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน USD/AED (ดอลลาร์สหรัฐ/ดีแรห์ม) และหน่วยชั่งน้ำหนักในท้องถิ่น ราคาจะอัปเดตรายวันในเวลาที่เผยแพร่ และใช้เพื่ออ้างอิง เพราะราคาจริงในตลาดท้องถิ่นอาจต่างกันเล็กน้อย ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ และอาจซื้อเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง (reserves: เงิน/สินทรัพย์ที่เก็บไว้เพื่อความมั่นคง) ในปี 2022 ธนาคารกลางเพิ่มทองคำ 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์รายปี ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคายังอาจตอบสนองต่อเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย โดยมักอ้างอิงราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ (XAU/USD: ราคาทองคำเทียบดอลลาร์) การลดลงล่าสุดของทองคำมาแถว 600 ดีแรห์มต่อกรัมควรมองว่าเป็นการแกว่งตัวเล็กน้อย ไม่ใช่แนวโน้มใหม่ สำหรับนักเทรดที่ใช้อนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) การย่อตัวนี้อาจเป็นจังหวะได้เปรียบ เหตุผลหลักในการถือทองคำยังไม่อ่อนลง จึงเป็นไปได้ว่าความอ่อนตัวของราคานี้เป็นเพียงชั่วคราวปัจจัยตลาดสำคัญที่จับตา
เราจับตาคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ เพราะตลาดกำลังให้โอกาสมากกว่า 70% ที่จะลดดอกเบี้ยภายในกลางปี 2026 หลังนโยบายการเงินแบบเข้มงวด (restrictive monetary policy: การขึ้นดอกเบี้ย/ลดสภาพคล่องเพื่อชะลอเงินเฟ้อ) ในปี 2024 และ 2025 การเปลี่ยนมุมมองนี้มีผลต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผล (non-yielding asset: ไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผล) ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ค่าความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงิน) สะท้อนมุมมองนี้แล้ว โดยลดลงจากจุดสูงสุดในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 การต่อสู้กับเงินเฟ้อยังเป็นแรงหนุน เพราะเงินเฟ้อในปี 2025 ยังสูง โดยเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาอาหารและพลังงานออกเพื่อลดความผันผวน) ในสหรัฐแทบไม่ต่ำกว่า 3.5% สภาพแวดล้อมนี้ทำให้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: วิธีลดผลกระทบจากความเสี่ยง) ต่อการลดลงช้าๆ ของกำลังซื้อ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical instability: ความตึงเครียด/ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ยังช่วยหนุนสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven assets: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อความเสี่ยงสูง) เรายังเห็นความต้องการซื้อทองคำจริงอย่างต่อเนื่องจากแหล่งสำคัญคือธนาคารกลาง หลังการซื้อทำสถิติในปี 2022 และ 2023 ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่รวบรวม/เผยแพร่ข้อมูลอุตสาหกรรมทองคำ) ยืนยันว่าธนาคารกลางซื้อเพิ่มรวม 1,037 ตันในปี 2024 และยังซื้อในระดับใกล้เคียงกันในปี 2025 การซื้อสม่ำเสมอนี้ช่วยสร้าง “ฐานราคา” (price floor: ระดับราคาที่มีแรงซื้อรองรับ) และจำกัดโอกาสปรับลงแรง ดังนั้น เราเห็นว่านักเทรดควรพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) หรือใช้ฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) เพื่อถือสถานะฝั่งขึ้น (long exposure: ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) ในช่วงที่ราคาย่อลง ความสัมพันธ์แบบสวนทางกับผลตอบแทนพันธบัตร (treasury yields: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล) ที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2025 ก็เป็นแรงหนุนเพิ่ม สภาพตลาดตอนนี้บ่งชี้ถึงกลยุทธ์ที่เน้นโอกาสขาขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets