มุมมองนโยบายเฟดเปลี่ยน
คาดว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) จะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันที่ 17–18 มีนาคม นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากคาดว่าการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจไม่มาเร็วกว่าเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม 2026 นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์สหรัฐ–อิหร่าน และความเสี่ยงในตะวันออกกลางในภาพรวม ข้อมูลเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐ (Consumer Price Index: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า/บริการ) ที่จะประกาศวันพุธ คาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญ รายงานแรงงานสหรัฐที่อ่อนลงอาจช่วยจำกัดการร่วงของทอง โดยกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า รายงาน Nonfarm Payrolls เดือนกุมภาพันธ์ (การจ้างงานนอกภาคเกษตร: ตัวเลขงานใหม่ที่สำคัญของสหรัฐ) แสดงว่าการจ้างงานลดลง 92,000 และอัตราว่างงานเพิ่มเป็น 4.4% จาก 4.3% ในเดือนมกราคม จากการร่วงแรงของทองมาที่ระดับ 5,075 ดอลลาร์ เรามองว่าเป็นการตอบสนองต่อความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาอีกครั้ง จากราคาน้ำมันที่พุ่งแรง โดย WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐ) ทะลุ 145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตพลังงานปี 2022 และทำให้มุมมองตลาดต่อเงินเฟ้อเปลี่ยนไปมาก สะท้อนว่าแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอลงตลอดปี 2025 กำลังถูกตั้งคำถามอย่างจริงจังข้อคิดด้านกลยุทธ์การเทรด
เราจำเป็นต้องปรับความคาดหวังต่อนโยบายเฟด เพราะความสนใจของตลาดย้ายจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอ กลับไปที่ “เสถียรภาพด้านราคา” (price stability: การคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเหมาะสม) เมื่อเดือนก่อนตลาดยังให้โอกาส 70% ว่าจะลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน แต่ข้อมูลจาก CME FedWatch (เครื่องมือของ CME ที่สรุป “โอกาส” การขึ้น/ลงดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ลดลงเหลือต่ำกว่า 30% ดังนั้นการประชุมเฟดวันที่ 18 มีนาคมจึงสำคัญ และคาดว่าโทนจะระมัดระวังมากขึ้น หรืออาจ “เข้มงวด” มากขึ้น (hawkish: มีแนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/ไม่รีบลดดอกเบี้ย) รายงาน CPI วันพุธนี้เป็นตัวกระตุ้นหลักถัดไป โดยคาดการณ์ของตลาด (consensus: ค่าเฉลี่ยความเห็นของนักวิเคราะห์) ขยับขึ้นใกล้ 3.7% เทียบรายปี (year-over-year: เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) หากออกมาสูงกว่านั้น อาจกดทองลงต่อไปหาแนวรับทางจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ (psychological support: ระดับกลม ๆ ที่คนจำนวนมากใช้เป็นจุดอ้างอิง) สำหรับนักเทรดที่คาดว่าจะลงต่อ กลยุทธ์ที่ควรพิจารณาคือซื้อ put (put option: ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาร่วง) หรือทำ bear put spread (กลยุทธ์ออปชันฝั่งขาลง: ซื้อ put แล้วขาย put อีกตัวเพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไร) บน XAU/USD อย่างไรก็ดี เราไม่ควรมองข้ามรายงานงานเดือนกุมภาพันธ์ที่อ่อนแอ ซึ่งชี้ว่าการจ้างงานลดลง 92,000 และอัตราว่างงานเพิ่มเป็น 4.4% ภาพนี้ทำให้ผู้กำหนดนโยบายเจอสถานการณ์ที่ขัดแย้งแบบ “เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจอ่อน” (stagflation: เงินเฟ้อสูง ขณะที่เศรษฐกิจโตช้า/งานลด) และอาจช่วยพยุงทองได้ หากความกลัวเศรษฐกิจถดถอย (recession: เศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่อง) เริ่มมีน้ำหนักมากกว่าความกังวลเงินเฟ้อ อีกทั้งถ้าความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย (de-escalation: ลดความรุนแรง/ลดการปะทะ) ก็อาจทำให้น้ำมันย่อตัวแรง และทองมีโอกาสเด้งขึ้น การปะทะกันระหว่างเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกับเศรษฐกิจที่อ่อนลงทำให้ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้น (volatility: ราคาแกว่งแรงและเร็ว) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ดัชนี VIX (ดัชนีความกลัว: วัดความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) เพิ่มขึ้นกว่า 5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนความไม่แน่นอนที่มากขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรง “ไม่ว่าขึ้นหรือลง” เช่น long straddle (ซื้อ call และ put ราคาใช้สิทธิเดียวกัน: ได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรงพอ) บนฟิวเจอร์สทอง (gold futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ) อาจใช้ได้ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets