Oil Shock Fuels Dollar Bid
น้ำมันดิบขยับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ จากความกังวลเรื่อง “อุปทานสะดุด” (supply disruption: ส่งมอบ/ผลิตติดขัด) ที่เชื่อมโยงกับช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ) ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 25% ตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ย้ำความกังวลเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น) ความกังวลเงินเฟ้อทำให้ตลาดเลื่อนคาดการณ์ “การเปลี่ยนนโยบายดอกเบี้ย” ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดดอกเบี้ยสหรัฐฯ) ออกไป ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้จากพันธบัตรสหรัฐฯ) ปรับขึ้น จึงหนุนดอลลาร์ ยุโรปพึ่งพาพลังงานนำเข้า ทำให้ยูโรเปราะบางหากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติยังขึ้นต่อ เทรดเดอร์จับตา “เงินเฟ้อสหรัฐฯ” สัปดาห์นี้เพื่อดูสัญญาณทิศทาง “การลดดอกเบี้ย” ของเฟด พร้อมติดตามข่าวภูมิรัฐศาสตร์และน้ำมันไปด้วย ภาวะ “หนีความเสี่ยง” (flight to safety: นักลงทุนย้ายเงินไปสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ดอลลาร์/พันธบัตร) และความตึงเครียดที่ยืดเยื้อ ทำให้ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งต่อในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ดัชนีความผันผวน Cboe Volatility Index หรือ VIX (ตัวชี้ความผันผวน/ความกลัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ) ขึ้นเหนือ 25 สะท้อนความกังวลสูง สนับสนุนการถือดอลลาร์และคาดการณ์ความผันผวนที่สูงDerivatives Views For Eurusd
การวางเดิมพันว่า EUR/USD จะลงต่อผ่าน “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ยังเป็นวิธีตรงที่สุด ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีขึ้นเหนือ 4.5% บ่งชี้ว่าตลาดเริ่มตัดโอกาส “ลดดอกเบี้ยระยะใกล้” ออกไปมากขึ้น ทำให้ “ออปชันพุท” (put option: สิทธิในการขายที่ราคากำหนด ใช้ทำกำไร/ป้องกันขาลง) ที่เล็ง 1.1400 หรือ 1.1350 ดูสมเหตุสมผล ยุโรปยังพึ่งพาพลังงานนำเข้าเกือบ 60% ทำให้เสี่ยงสูงหากน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะกระทบการเติบโตและความเชื่อมั่น และอาจกดดันยูโร โดยข้อมูลที่จะประกาศ เช่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี อาจสะท้อนแรงกดดันนั้น การพุ่งของน้ำมันคล้ายแรงกระแทกช่วงต้นปี 2022 ที่เร่งเงินเฟ้อทั่วโลก ในกรณีนี้ แรงกดเงินเฟ้อทำให้เฟดมีแนวโน้ม “เข้มงวด” มากกว่า (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มักหมายถึงดอกเบี้ยสูงนาน) ขณะที่ ECB (ธนาคารกลางยุโรป) เผชิญความเสี่ยงเศรษฐกิจอ่อน ความต่างของนโยบายนี้อาจเป็นแรงผลักให้ EUR/USD ลง เมื่อ “ความผันผวนที่ตลาดคาด” (implied volatility: ความผันผวนที่อนุมานจากราคาออปชัน) สูงขึ้น “เดบิตพุทสเปรด” (debit put spread: ซื้อพุทและขายพุทอีกตัวเพื่อลดต้นทุน โดยกำหนดกำไร/ขาดทุน) อาจคุ้มทุนกว่าซื้อพุทเดี่ยว เพราะจำกัดความเสี่ยงแต่ยังได้ประโยชน์หาก EUR/USD ลดลงกลับไปใกล้จุดต่ำปลายปี 2025 รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะออกเป็นความเสี่ยงหลัก หากออกมาสูงกว่าคาด อาจเร่งการลงต่อ
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets