ผลกระทบต่อเงินเยนญี่ปุ่น
เกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ออกมาต่ำกว่าคาดบ่งชี้ว่าเงินเยนอาจอ่อนค่าลงได้ เพราะหมายถึงมีเงินตราต่างประเทศถูกแลกกลับมาเป็นเงินเยนจากกระแสการค้าและการลงทุน (Trade and investment flows: เงินไหลเข้า–ออกจากการซื้อขายสินค้า/บริการและการลงทุน) น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ จึงทำให้มุมมองว่าเยนอ่อนค่าอาจดำเนินต่อในระยะใกล้ยังมีน้ำหนัก ข้อมูลนี้ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan/BoJ: ธนาคารกลางของญี่ปุ่นที่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยและนโยบายการเงิน) มีเหตุผลที่จะระมัดระวังการ “คุมเข้มนโยบายการเงิน” (Tightening monetary policy: ขึ้นดอกเบี้ยหรือทำให้เงื่อนไขทางการเงินตึงตัวเพื่อกดเงินเฟ้อ) เราเห็นเงินเฟ้อญี่ปุ่นอยู่แถว 2.4% ช่วงปลายปี 2025 แต่ตัวเลขภาคต่างประเทศที่อ่อนแอทำให้ธนาคารกลางสามารถชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ ตลาดอนุพันธ์ (Derivative markets: ตลาดสินค้าที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า/ออปชัน) อาจลดโอกาสที่ BoJ จะเปลี่ยนนโยบายในไตรมาส 2 ปี 2026 สำหรับผู้เทรดค่าเงิน ข้อมูลนี้หนุนแนวคิดการซื้อ “คอลออปชัน” (Call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาและเวลาที่กำหนด ใช้เก็งว่าราคาจะขึ้น) บนคู่ USD/JPY โดยคู่นี้แกว่งสะสมตัว (Consolidating: เคลื่อนไหวแคบๆ ยังไม่เลือกทิศชัด) ใกล้ระดับ 158 มาหลายสัปดาห์ ข่าวนี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้ขยับไปโซน 160–162 ความผันผวน (Volatility: ระดับการแกว่งของราคา) อาจเพิ่มขึ้น จึงควรวางแผนเทรดแบบจำกัดความเสี่ยงให้ชัดเจน เยนอ่อนค่ามักเป็นบวกต่อดัชนี Nikkei 225 ที่มีหุ้นส่งออกจำนวนมาก เพราะกำไรของบริษัทใหญ่ได้ประโยชน์จาก “การแปลงค่าเงิน” (Currency translation: เมื่อนำกำไรต่างประเทศกลับมาแปลงเป็นเงินเยนแล้วดูมากขึ้น) เมื่อรายได้จากต่างประเทศถูกนำกลับประเทศ เราอาจวางแผนด้วยการซื้อคอลออปชันบน Nikkei โดยคาดว่าดัชนีจะปรับขึ้นจากแถว 42,500 ในปัจจุบันความเสี่ยงสำคัญต่อมุมมองเชิงบวก
อย่างไรก็ตาม ต้องดูสาเหตุที่ตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด เมื่อทบทวนข้อมูลการค้าปลายปี 2025 พบว่าการส่งออกไปจีนและยุโรปชะลอลงอย่างชัดเจน สะท้อนอุปสงค์โลก (Global demand: ความต้องการซื้อทั่วโลก) ที่อ่อนตัว หากการพลาดเป้านี้เกิดจากเศรษฐกิจโลกชะลอมากกว่าปัจจัยในประเทศ แรงหนุนจากเยนอ่อนค่าอาจถูกหักล้างด้วยปริมาณส่งออกที่ลดลง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets