การถือสถานะเงินเยนเปลี่ยนเป็นมุมมองขาลง
มุมมองต่อเงินเยนเปลี่ยนไปมาก เพราะสถานะเก็งกำไรพลิกจากสุทธิฝั่งซื้อมาเป็นสุทธิฝั่งขายจำนวนมาก นั่นบอกว่าเทรดเดอร์รายใหญ่ เช่น เฮดจ์ฟันด์ กำลังเดิมพันว่าเยนจะอ่อนลงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า การแกว่งจาก ¥11.5K ไปเป็น ¥-16.6K เป็นสัญญาณขาลงที่ชัดเจน สาเหตุสำคัญน่าจะมาจาก “ช่องว่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate gap: ดอกเบี้ยญี่ปุ่นต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศหลักอื่น ๆ) ที่กว้างขึ้น ช่วงต้นมีนาคม 2026 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: หน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของญี่ปุ่น) ส่งสัญญาณว่าจะคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาก (ultra-loose: ดอกเบี้ยต่ำมากและอาจอัดฉีดสภาพคล่อง) ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (U.S. Federal Reserve: ธนาคารกลางของสหรัฐ) อยู่ที่ 3.5% ความต่างของนโยบายนี้ทำให้การถือเยนไม่น่าดึงดูด และกระตุ้นให้ขายเยนเพื่อไปถือสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรด “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่ราคาอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ค่าเงิน) ภาพนี้สื่อถึงการวางสถานะเพื่อให้ USD/JPY สูงขึ้น (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/เยน: ค่าเพิ่มแปลว่าเยนอ่อน) วิธีที่ตรงไปตรงมาคือซื้อ “ออปชันคอล” (call option: สิทธิในการซื้อที่ราคาอ้างอิงในอนาคต ใช้ได้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) บน USD/JPY หรือขาย “ฟิวเจอร์สเยน” (JPY futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเงินเยน) กลยุทธ์เหล่านี้จะได้ประโยชน์หากเยนอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เหตุการณ์นี้คล้ายช่วงปี 2022 และ 2023 ที่ดอกเบี้ยสหรัฐขึ้นแรง จนเกิดการถือสถานะขายเยนจำนวนมาก และดัน USD/JPY ขึ้นไปสูงมากในรอบหลายสิบปี รูปแบบในอดีตชี้ว่าเมื่อผู้เล่นส่วนใหญ่ไปทางเดียวกัน เทรนด์มักเคลื่อนต่อได้แรงและนานวิธีที่เทรดเดอร์อาจใช้แสดงมุมมอง
เทรดเดอร์อาจพิจารณา “สเปรดพุตขาลง” (bear put spread: ซื้อพุตและขายพุตอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) บน ETF ที่อิงกับเงินเยน (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) เพื่อกำหนดความเสี่ยงและเก็งว่าราคาจะลง มุมมองนี้ยังได้แรงหนุนจากตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 ของญี่ปุ่นที่หดตัวเล็กน้อย เศรษฐกิจที่อ่อนทำให้ธนาคารกลางมีเหตุผลน้อยลงที่จะเข้าไปพยุงค่าเงิน สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets