เกณฑ์อ้างอิงราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
FXStreet แปลงราคาทองคำโลกเป็นดีแรห์ม โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน USD/AED และหน่วยท้องถิ่น ราคาอัปเดตทุกวัน ณ เวลาที่เผยแพร่ และใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง โดยราคาจริงในพื้นที่อาจต่างกันเล็กน้อย ธนาคารกลาง (central bank: หน่วยงานรัฐที่ดูแลนโยบายการเงินและค่าเงิน) เป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด และมักเพิ่มทองเข้า “ทุนสำรอง” (reserves: สินทรัพย์ที่ประเทศเก็บไว้เพื่อความมั่นคง เช่น เงินตราและทอง) เพื่อกระจายความเสี่ยง (diversification: ไม่พึ่งพาสินทรัพย์ชนิดเดียว) โดยในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดรายปีสูงสุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก ตามข้อมูลสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่ติดตามและเผยแพร่ข้อมูลตลาดทอง) ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: พันธบัตรที่รัฐบาลสหรัฐออก) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคาทองอาจได้รับผลจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ (geopolitical instability: ความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ระหว่างประเทศ), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession fears: ความกลัวเศรษฐกิจหดตัว), อัตราดอกเบี้ย และความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ จากการขึ้นของราคาทองในวันนี้ 6 มีนาคม 2026 บทบาทของทองในฐานะ “ที่เก็บมูลค่า” (store of value: สินทรัพย์ที่คนถือเพื่อรักษามูลค่าเงิน) ชัดขึ้น การปรับขึ้นนี้บอกว่านักลงทุนกำลังมองหาความปลอดภัยในช่วงที่ดูผันผวน ผู้ซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ทอง หุ้น ดัชนี) ควรมองว่าเป็นสัญญาณว่าคนในตลาดเริ่มเลี่ยงความเสี่ยง (risk aversion: ไม่อยากรับความเสี่ยง)ผลต่อผู้ซื้อขายตราสารอนุพันธ์
เราเห็นแนวโน้มนี้ต่อเนื่อง เพราะธนาคารกลางยังซื้อทองแรงตลอดปี 2025 เพิ่มอีก 800 ตันตามข้อมูลล่าสุดของสภาทองคำโลก อุปสงค์ (demand: ความต้องการซื้อ) นี้ช่วยพยุงราคาไว้ได้ดี ขณะเดียวกันดอลลาร์สหรัฐอ่อนลง ราว 2% จากจุดสูงปลายปี 2025 ซึ่งโดยทั่วไปหนุนให้ราคาทองสูงขึ้น ทองเป็นสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกผล” (non-yielding asset: ไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผล) จึงดูน่าสนใจขึ้นเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ส่งสัญญาณจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยเหมือนปีก่อน รายงานเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าโดยรวมแพงขึ้น) ล่าสุดของเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 3.1% ทำให้ “ผลตอบแทนจริง” (real yields: ผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อ) ของพันธบัตรรัฐบาลยังต่ำ จึงทำให้การถือสินทรัพย์จับต้องได้อย่างทองเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับหลายคน สำหรับกลยุทธ์อนุพันธ์ สภาพแวดล้อมนี้อาจเหมาะกับการซื้อออปชันคอลฝั่งขาขึ้น (long call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด เพื่อหวังราคาขึ้น โดยขาดทุนจำกัดที่ค่าเบี้ยประกัน) เพื่อคาดหวังว่าราคาจะขึ้นต่อ ขณะที่ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดและสะท้อนในราคาออปชัน) ของออปชันทองขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 18% สะท้อนว่าตลาดคาดการแกว่งตัวแรงขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จึงทำให้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวน เช่น สแตรดเดิล (straddle: ซื้อคอลและพุทที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อทำกำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) น่าสนใจ โดยเฉพาะถ้ามีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญใกล้ออก ต้องจำไว้ด้วยว่าทองมักสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เมื่อลองย้อนไปปี 2025 ทองมักอ่อนลงเมื่อหุ้นแข็งแรงมาก ดังนั้นถ้าหุ้นกลับมาบวกแรงแบบฉับพลัน อาจกดให้การขึ้นของทองรอบนี้ชะลอลงได้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets