ท่าทีของ SNB และฉากหลังเงินเฟ้อ
ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI คือดัชนีวัดราคาสินค้า/บริการเพื่อดูเงินเฟ้อ) ของสวิตเซอร์แลนด์เดือนกุมภาพันธ์ในวันพุธ แสดงว่าเงินเฟ้อเกือบเป็นศูนย์ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ SNB อยู่ที่ 0.00% และตลาดคาดว่ามีโอกาสใช้การแทรกแซงค่าเงิน (foreign exchange intervention คือธนาคารกลางเข้าไปซื้อ/ขายเงินตราเพื่อกดหรือพยุงค่าเงิน) มากกว่ากลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ ก่อนการตัดสินใจวันที่ 19 มีนาคม ฝั่งสหรัฐฯ ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) คงดอกเบี้ยที่ 3.50% ถึง 3.75% ในเดือนมกราคม และรายงานการประชุม (minutes คือบันทึกรายละเอียดการประชุม) ระบุว่ามีการพูดถึงความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย ตัวเลขคาดการณ์การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: NFP คือจำนวนงานจ้างใหม่ที่ใช้วัดความแข็งแรงตลาดแรงงาน) เดือนกุมภาพันธ์อยู่ราว 60,000 หลังเดือนมกราคม 130,000 USD/CHF อยู่ที่ 0.7826 บนกราฟรายวัน โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (Exponential Moving Average: EMA คือเส้นเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) 50 วันอยู่ใกล้ 0.78 และ EMA 200 วันใกล้ 0.80 แนวรับ (support คือระดับที่มักลงต่อได้ยาก) อยู่แถว 0.7810 และ 0.7760 มีโอกาสไหลลงไปทาง 0.7700 ขณะที่แนวต้านอยู่ใกล้ 0.7860 และ 0.7920ความต่างของนโยบายและผลต่อออปชัน
แรงขับเคลื่อนเปลี่ยนไปตามเวลา แต่แกนหลักยังอยู่ SNB ยังเป็นหนึ่งในธนาคารกลางที่ผ่อนคลายมาก (dovish คือเน้นดอกเบี้ยต่ำ/นโยบายผ่อนคลาย) และเงินเฟ้อสวิตเซอร์แลนด์เดือนกุมภาพันธ์ 2026 อยู่เพียง 1.1% จึงแทบไม่มีเหตุผลให้เปลี่ยนนโยบาย ซึ่งต่างจากสหรัฐฯ ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ยังสูงกว่ามาก แม้จะเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง ความต่างของนโยบายนี้ยังหนุนดอลลาร์สหรัฐมากกว่าฟรังก์สวิส รายงาน NFP ล่าสุดออกมาที่เพิ่มขึ้น 275,000 ตำแหน่ง สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรง ภาพพื้นฐานนี้ทำให้การย่อตัวแรงของ USD/CHF มักถูกมองเป็นจังหวะซื้อ จากมุมมองนี้ การใช้ออปชัน (options คือสัญญาที่ให้สิทธิ์ซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อแสดงมุมมองเชิงบวกต่อ USD/CHF ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้าอาจน่าสนใจ การซื้อคอลออปชัน (call option คือสิทธิ์ “ซื้อ” สินทรัพย์อ้างอิง) ที่ราคาใช้สิทธิ์ (strike price คือราคาที่กำหนดไว้ในสัญญา) แถว 0.8300 ช่วยจับโอกาสขาขึ้น พร้อมจำกัดความเสี่ยงสูงสุดไว้อย่างชัดเจน กลยุทธ์นี้ใช้ได้ดีหากราคาขยับขึ้นแรงจากคำพูดของธนาคารกลางหรือข้อมูลสหรัฐฯ ที่ออกมาดี แนวทางที่ระมัดระวังกว่าคือ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread คือซื้อคอล 1 สัญญาและขายคอลอีก 1 สัญญาที่ราคาใช้สิทธิ์สูงกว่า เพื่อลดต้นทุน) เช่น ซื้อคอลเดือนเมษายนที่ 0.8250 พร้อมขายคอลเดือนเมษายนที่ 0.8400 เพื่อนำเงินมาช่วยจ่าย กลยุทธ์นี้ได้กำไรเมื่อราคาไต่ขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และได้ประโยชน์จากความผันผวนโดยนัยที่ต่ำ (implied volatility คือความผันผวนที่ตลาด “คาด” และสะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) ซึ่งมักเกิดเมื่อมีการส่งสัญญาณแทรกแซงจาก SNB การส่งสัญญาณด้วยคำพูดจาก SNB บ่อย ๆ (jawboning คือการใช้คำพูดกด/ชี้นำตลาดโดยไม่ลงมือทันที) มักทำให้ความผันผวนโดยนัยของคู่เงินที่เกี่ยวกับฟรังก์ลดลง จึงทำให้การซื้อออปชันมีต้นทุนไม่สูงเมื่อเทียบกับอดีต ผู้ลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ที่ “จ่ายพรีเมียม” (long premium คือการซื้อออปชันและจ่ายค่าเบี้ยประกัน/พรีเมียม upfront) เพราะมีโอกาสเกิดการขยับแรงจากนโยบายแบบฉับพลัน ซึ่งให้ผลตอบแทนที่คุ้มเมื่อเทียบกับความเสี่ยง (asymmetric reward คือโอกาสกำไรมากกว่าโอกาสขาดทุนเมื่อเทียบกัน) สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets