ปฏิกิริยาของดอลลาร์หลังประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการ
หลังประกาศ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ดัชนีที่วัดความแข็ง/อ่อนของเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลัก) ซื้อขายใกล้ระดับ 99.10 เพิ่มขึ้น 0.33% ในวันนั้น การเคลื่อนไหวนี้เกิดตามข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุด เมื่อมองย้อนข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานช่วงต้นปี 2025 จะเห็นสัญญาณแรก ๆ ว่าตลาดแรงงานเริ่มเปลี่ยนไป แม้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกที่ทรงตัวจะดูดีในตอนนั้น แต่การเพิ่มขึ้นของผู้ขอรับสวัสดิการต่อเนื่องบอกชัดว่าคนเริ่มหางานใหม่ได้ยากขึ้น นี่เป็นสัญญาณเริ่มต้นว่าตลาดแรงงานที่เคยตึงตัว (คนหางานน้อย บริษัทแข่งขันแย่งคน) เริ่มผ่อนลง แนวโน้มนี้ชัดขึ้น เพราะข้อมูลล่าสุดของกุมภาพันธ์ 2026 แสดงว่าอัตราว่างงานเพิ่มเป็น 4.1% และเกิดพร้อมกับเงินเฟ้อที่ชะลอลง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่คนทั่วไปซื้อ ใช้วัดเงินเฟ้อ) ล่าสุดอยู่ที่ 2.6% เทียบกับปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้เหตุผลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ) อาจพิจารณาลดความเข้มงวดของนโยบายการเงิน (เช่น ลดดอกเบี้ย) ในช่วงปลายปีนี้ มีน้ำหนักมากขึ้นผลต่อการเทรดในแต่ละตลาด
มุมมองที่เอนเอียงไปทาง “ผ่อนคลาย” (dovish: เน้นลดความเข้มงวด เช่น ลดดอกเบี้ย) มีแนวโน้มกดดันเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้ลดลงแล้ว 3% จากจุดสูงสุดของไตรมาสก่อน ในเชิงกลยุทธ์ สามารถมองผ่านการซื้อออปชันแบบพุท (put option: สัญญาที่ให้สิทธิขายที่ราคากำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลดลง) บนดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) โดยตั้งเป้าหมายการลงต่ำกว่า 97.00 กลยุทธ์นี้ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยชัดขึ้น ในตลาดหุ้น โอกาสที่ดอกเบี้ยลดลงมักช่วยหนุนกำไรบริษัทและมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้น ดังนั้นอาจพิจารณาเพิ่มการลงทุนฝั่งขึ้นผ่านตราสารอนุพันธ์ของดัชนี (index derivatives: สัญญาที่อ้างอิงดัชนี เช่น S&P 500) การซื้อออปชันแบบคอล (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อที่ราคากำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาขึ้น) บน S&P 500 สำหรับครึ่งหลังของปี ช่วยรับโอกาสตลาดปรับขึ้นจากนโยบายของเฟดที่ผ่อนคลายมากขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets