ตลาดโฟกัสความเสี่ยงด้านอุปทาน
ข้อมูลสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ แสดงว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่มีการซื้อน้ำมันเข้า “คลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์” ของสหรัฐฯ (SPR คือคลังสำรองน้ำมันของรัฐบาล ใช้พยุงภาวะขาดแคลนหรือกดราคา) สหรัฐฯ อาจพิจารณาขายน้ำมันจากคลังสำรอง หากแรงกดดันด้านราคาน้ำมันยังดำเนินต่อ บทความระบุว่าใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI คือระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยประมวลผลและสร้างเนื้อหา) ในการผลิต และมีบรรณาธิการตรวจทาน เรามองว่าตลาดกำลังตีความความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางผ่านมุมมอง “ความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงาน” เป็นหลัก ความเป็นไปได้ที่ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกรบกวน (จุดคอขวดของเส้นทางขนส่ง) ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันราว 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน ยังเป็นประเด็นหลักตอนนี้ มุมมองที่แคบนี้สร้างโอกาส เพราะตลาดอาจประเมินความเสี่ยงของความขัดแย้งที่ลุกลามกว้างขึ้นต่ำเกินไป เมื่อดูจากการตอบสนองของราคาน้ำมันที่ยังค่อนข้างจำกัด ความผันผวนโดยนัย (implied volatility คือระดับความผันผวนที่ตลาด “คาด” จากราคาสัญญาออปชัน) จึงดู “ถูก” เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่กำลังก่อตัว ดัชนีความผันผวนของน้ำมันดิบ CBOE (OVX คือดัชนีวัดความผันผวนที่อ้างอิงราคาสัญญาออปชันของน้ำมันดิบ) ปรับขึ้นสู่ 45 แต่ยังไม่สูงเท่าช่วงพุ่งแรงในความขัดแย้งครั้งก่อน ๆ เราเห็นว่าการซื้อออปชัน (options คือสัญญาที่ให้ “สิทธิ” ซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด) เช่น straddle หรือ strangle (กลยุทธ์ซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลง เพื่อหวังกำไรเมื่อราคาแกว่งแรง) เป็นวิธีที่รอบคอบในการรับมือโอกาสที่ราคาจะเหวี่ยงแรงทั้งขึ้นหรือลงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าการวางตำแหน่งเพื่อความผันผวนที่สูงขึ้น
เราไม่ควรลืมการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงในปี 2022 ตอนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรปพุ่งขึ้น ซึ่งเป็นตัวอย่างใกล้เคียง เหตุการณ์ปัจจุบัน เช่น การปะทะทางเรือไกลจากอ่าวเปอร์เซีย และการสกัดกั้นขีปนาวุธโดย NATO บ่งชี้ว่าราคาน้ำมันดิบอาจถูก “ปรับราคาใหม่” (repricing คือการที่ตลาดปรับมูลค่า/ราคาอย่างรวดเร็วตามข้อมูลใหม่) ได้ใหญ่และเร็วกว่าเดิม ความนิ่งของตลาดตอนนี้ดูเปราะบาง และอาจไม่ยืนยาวหากมีการยกระดับเพิ่ม ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปล่อยน้ำมันจาก SPR ทำหน้าที่เหมือน “เพดานราคา” (แรงกดไม่ให้ราคาขึ้น) แต่ประสิทธิภาพยังน่าถกเถียง เพราะระดับ SPR ปัจจุบันอยู่แถว 365 ล้านบาร์เรล ซึ่งต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ การปล่อยน้ำมันอาจไม่ส่งผลเท่าหลายปีก่อน เรามองว่าเป็นเครื่องมือที่จำกัด และอาจช่วยได้เพียงชั่วคราวหากเกิดการขาดแคลนอุปทานจริง ดังนั้น เราควรโฟกัสเครื่องมืออนุพันธ์ (derivatives คือสัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อย่างน้ำมัน) ที่ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่ม การทำ long call spread (กลยุทธ์ซื้อออปชันซื้อ 1 สัญญาและขายออปชันซื้ออีก 1 สัญญาที่ราคาเป้าหมายสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) อาจเก็บโอกาสขาขึ้นจากช็อกด้านอุปทาน พร้อมกำหนดความเสี่ยงไว้ชัดเจน กลยุทธ์เหล่านี้ช่วยให้ทำกำไรจากความประมาทของตลาดในตอนนี้ ก่อนที่เหตุการณ์ปรับราคาใหม่จะทำให้ทั้งตลาดต้องรีบตอบสนอง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets