ค่าจ้างและแรงกดดันด้านต้นทุน
ค่าจ้างเพิ่มขึ้นในอัตราเล็กน้อยถึงปานกลางในเขตส่วนใหญ่ เชื่อมโยงกับการแข่งขันแย่งชิงแรงงาน (นายจ้างต้องเสนอค่าจ้าง/สวัสดิการมากขึ้นเพื่อดึงคนทำงาน) รายงานระบุว่ายังมีแรงกดดันด้านต้นทุน (ต้นทุนทำธุรกิจ เช่น ค่าแรง ค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่ง) ต่อเนื่อง ควบคู่กับการเติบโตที่ไม่สม่ำเสมอ เฟดมีเป้าหมายให้ “ราคาเสถียร” และ “การจ้างงานเต็มที่” โดยใช้เครื่องมือหลักคือการปรับ “อัตราดอกเบี้ย” (ต้นทุนการกู้ยืมเงิน) เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย 2% และอาจลดดอกเบี้ยเมื่อเงินเฟ้อต่ำกว่า 2% หรืออัตราว่างงานสูงเกินไป เฟดจัดประชุมกำหนดนโยบายปีละ 8 ครั้ง ผ่านคณะกรรมการนโยบายการเงินชื่อ Federal Open Market Committee (FOMC) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ 12 คน ได้แก่ กรรมการคณะผู้ว่าการ 7 คน ประธานเฟดนิวยอร์ก 1 คน และประธานเฟดภูมิภาคอีก 4 คน (จากทั้งหมด 11 แห่ง) ที่สลับกันตามวาระ 1 ปี การผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing: QE) คือการเพิ่มเงินในระบบและช่วยให้กู้ยืมง่ายขึ้น โดยการ “ซื้อพันธบัตร” จำนวนมาก เคยใช้ช่วงวิกฤตปี 2008 ส่วนการคุมเข้มเชิงปริมาณ (Quantitative Tightening: QT) คือการหยุดซื้อพันธบัตร และปล่อยให้พันธบัตรที่ถืออยู่ครบกำหนดโดยไม่ซื้อทดแทน ทำให้เงินในระบบตึงขึ้นผลต่อภาพตลาดและการวางตำแหน่งการลงทุน
Beige Book ล่าสุดสะท้อนสถานการณ์ที่ตัดสินใจยาก บางพื้นที่ชะลอตัว แต่แรงกดดันด้านราคายังอยู่หลายพื้นที่ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI หรือ “ดัชนีราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ” ใช้วัดเงินเฟ้อ) เดือนมกราคม 2026 ระบุว่าเพิ่มขึ้น 3.4% เทียบกับปีก่อน ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด ซึ่งหมายความว่าควรทบทวนการคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะถูกลดเร็ว ๆ นี้ เพราะผู้กำหนดนโยบายมีแนวโน้มระมัดระวัง การแข่งขันแย่งแรงงานยังทำให้ค่าจ้างทรงตัวสูง ประเด็นนี้ยิ่งชัดจากรายงานการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ที่เพิ่มขึ้น 210,000 ตำแหน่ง เมื่อการเติบโตของค่าจ้างยังอยู่แถว 4.1% ต่อปี แนวคิด “ดอกเบี้ยจะสูงนาน” (higher for longer: ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงต่อเนื่อง) ยิ่งมีน้ำหนัก สภาพแวดล้อมแบบนี้มักหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การถือสถานะ “ซื้อดอลลาร์” ผ่านออปชันหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) น่าสนใจ ความต่างระหว่างเขตที่ยังโตกับเขตที่เริ่มชะงักสร้างความไม่แน่นอนให้ตลาดหุ้น ซึ่งมักไม่ชอบสัญญาณที่ขัดกัน เราเคยเห็นความไม่แน่นอนลักษณะนี้ทำให้ความผันผวนพุ่งขึ้นช่วงปลายปี 2025 นักเทรดอาจพิจารณาซื้อออปชันแบบพุท (put option: สิทธิในการขายที่ราคาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลง) ในดัชนีหลักเพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือดูวิธีที่ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่ม เช่น ซื้อออปชันคอลของ VIX (VIX: ดัชนีวัดความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์) จากข้อมูลนี้ เราเชื่อว่าเฟดน่าจะ “คงดอกเบี้ย” ในการประชุมครั้งถัดไป เพื่อรอหลักฐานที่ชัดเจนกว่าว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอ ความมองบวกของตลาดว่าจะลดดอกเบี้ยในช่วงหลังของปีนี้อาจเร็วเกินไป และอาจเกิดโอกาสในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (interest rate futures: สัญญาที่อิงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets