ความต่างของนโยบายการเงินหนุน AUD
มุมมองนี้สอดคล้องกับ “ความต่างของนโยบายการเงิน” (policy divergence: ทิศทางดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารกลางไม่เหมือนกัน) ระหว่าง RBA (ธนาคารกลางออสเตรเลีย) และ Federal Reserve หรือ Fed (ธนาคารกลางสหรัฐ) ช่วงปลายปี 2025 โดย Fed เริ่ม “วงจรลดดอกเบี้ย” (rate-cutting cycle: ลดดอกเบี้ยต่อเนื่องหลายครั้งตามภาวะเศรษฐกิจ) ขณะที่การประชุม RBA เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ย้ำท่าที “สายเข้ม” (hawkish: มีแนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยการคง/ขึ้นดอกเบี้ย) ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (cash rate: ดอกเบี้ยหลักของระบบการเงินออสเตรเลีย) ที่ 4.35% เพื่อสู้เงินเฟ้อที่ยังสูง โดยล่าสุดอยู่ที่ 3.8% “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) ที่กว้างขึ้นทำให้การถือ AUD น่าสนใจขึ้น อีกแรงหนุนคือความแข็งแรงของ “ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์” (commodity markets: ตลาดวัตถุดิบ เช่น แร่ โลหะ น้ำมัน) โดยเฉพาะ “แร่เหล็ก” (iron ore) ที่ทรงตัวเหนือ 130 ดอลลาร์ต่อหนึ่งตัน จากแรงซื้อของจีน ดัชนี PMI ภาคการผลิตทางการของจีน (PMI: ดัชนีชี้ทิศทางกิจกรรมภาคการผลิต; มากกว่า 50 แปลว่าขยายตัว) เดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ 51.1 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งช่วยหนุนแนวโน้มการส่งออกของออสเตรเลีย นักเทรดตลาดอนุพันธ์ (derivative traders: ผู้ซื้อขายเครื่องมือที่มูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) อาจพิจารณาวางแผนรับโอกาสขาขึ้นของ AUD/USD ซึ่งกำลังทดสอบระดับ 0.6850 การซื้อ “ออปชันคอล” ระยะสั้น (call options: สิทธิในการซื้อในราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด) หรือทำ “สเปรดคอลขาขึ้น” (bull call spread: ซื้อคอลที่ราคาอ้างอิงหนึ่งและขายคอลที่ราคาอ้างอิงสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแลกกับกำไรสูงสุดที่จำกัด) อาจเหมาะกับจังหวะนี้ ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นจากฝั่งนักเก็งกำไรชี้ว่าอาจไปทดสอบ “แนวต้าน” 0.7000 (resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายมาก) ที่เคยเห็นช่วงต้นปี 2025การวางแผนด้วยออปชันและความเสี่ยง
Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets