สัญญาณจากการถือครองของนักเก็งกำไร: ความเชื่อมั่นขาลงเพิ่มขึ้น
ข้อมูลชี้ว่านักเก็งกำไรรายใหญ่เพิ่มการวางเดิมพันฝั่งลงต่อ S&P 500 โดย “สถานะสุทธิฝั่งขาย” (net short: สัญญาฝั่งขายมากกว่าฝั่งซื้อ) ที่มากขึ้นนี้บอกว่า “เงินของคนเก่ง” (smart money: นักลงทุนรายใหญ่/มืออาชีพ) คาดว่าตลาดอาจย่อตัวในระยะใกล้ ความรู้สึกนี้สอดคล้องกับรายงานเงินเฟ้อเดือนมกราคม 2026 ที่ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.1% และทำให้ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ลดลง เรากำลังเห็นความระมัดระวังเพิ่มขึ้นในช่วงที่ตลาดทดสอบจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 6,200 ซึ่งหลายคนมองว่าสูงเกินพื้นฐานในระยะสั้น ข้อความจากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ “เฟด”) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาออกไปทาง “เหยี่ยว” (hawkish: แนวโน้มเข้มงวดเรื่องดอกเบี้ย มักหมายถึงดอกเบี้ยอาจสูงนานขึ้น) มากขึ้น สื่อว่านโยบายการเงินที่ “ตึง” (restrictive policy: นโยบายที่คุมเข้ม เช่น ดอกเบี้ยสูงเพื่อลดเงินเฟ้อ) อาจต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 มุมมองนี้กดดันแรงซื้อที่ต่อเนื่องมาจากปลายปีที่แล้ว สำหรับเทรดเดอร์ สิ่งนี้ชี้ว่าความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้น ทำให้กลยุทธ์แบบป้องกันด้วย “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชันและสัญญาล่วงหน้า) น่าสนใจขึ้น ดัชนี VIX (ดัชนีความผันผวน: มักใช้เป็นตัววัด “ความกลัว” ของตลาด) ขยับขึ้นเป็น 18.5 แปลว่าค่า “ประกันความเสี่ยง” แพงขึ้น สภาพแวดล้อมแบบนี้เอื้อต่อการซื้อ “พุทออปชัน” (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขาย เพื่อป้องกันพอร์ตเมื่อราคาลง) เพื่อคุ้มครองพอร์ต หรือทำ “เครดิตสเปรดฝั่งขาลง” (bearish credit spreads: กลยุทธ์ออปชันที่รับพรีเมียม โดยตั้งใจให้ราคาไม่ขึ้นแรง) เพื่อใช้ประโยชน์จาก “พรีเมียม” (premium: ค่าที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขายออปชัน) ที่สูงขึ้นเตรียมรับความผันผวน ไม่ใช่แค่ทิศทาง
อย่างไรก็ตาม ต้องระวัง เพราะการที่คนจำนวนมากไปอยู่ฝั่งขายมากเกินไป อาจกลายเป็นสัญญาณ “สวนทาง” (contrarian: ทำตรงข้ามฝูงชน) ได้ จากมุมมองของเราในปี 2025 เราเคยเห็นว่า “สถานะขายเก็งกำไร” จำนวนมากในปลายปี 2023 เกิดขึ้นก่อนตลาดจะพุ่งแรงในปี 2024 และการเด้งแรงอาจเกิดได้จากข่าวเศรษฐกิจด้านบวกที่ไม่คาดคิด ทำให้ฝั่งขายต้อง “ปิดสถานะ” (cover: ซื้อคืนเพื่อปิดการขาย/ชอร์ต) อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การตอบสนองที่เหมาะสมในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า คือเตรียมรับ “ความผันผวน” (volatility: การแกว่งขึ้นลงของราคา) ที่สูงขึ้นมากกว่าคาดหวังการลงทางเดียว ควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งของราคา เช่น “ลองสแตรดเดิล” (long straddles: ซื้อคอลและพุทพร้อมกันเพื่อหวังได้จากการแกว่งแรง) บน ETF ดัชนีหลัก หรือใช้ “พุทสเปรด” (put spreads: ซื้อพุทและขายพุทอีกตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยง/ต้นทุน) เพื่อกำหนดความเสี่ยงของการเดาทิศทาง จุดสำคัญคือปรับตัวให้ไว เพราะกองเดิมพันฝั่งลงจำนวนมากนี้อาจคลี่คลายแบบรุนแรงได้ทั้งสองทาง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets