มุมมองเงินเฟ้อและผลต่อการกำหนดนโยบาย
ตัวเลขการค้าซึ่งจะประกาศวันเดียวกัน คาดว่าจะยังเกินดุล (surplus: ส่งออกมากกว่านำเข้า) สูงกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คำตัดสินศาลสหรัฐล่าสุดอาจทำให้อัตราภาษีที่แท้จริง (effective tariff rate: อัตราภาษีเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงหลังนับเงื่อนไขต่าง ๆ) ของอินโดนีเซียลดลงเล็กน้อย ซึ่งอาจช่วยหนุนการส่งออกในระยะต่อไป เราคาดว่าเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์จะกระโดดขึ้นเป็น 4.1% y/y เพิ่มจาก 3.5% ในเดือนมกราคม สาเหตุหลักมาจากฐานที่ต่ำมากในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตัวเลขนี้จะทำให้เงินเฟ้อสูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia: ธนาคารกลางของประเทศ) และเพิ่มแรงกดดันให้ใช้นโยบายการเงินแบบ “ตึงตัวมากขึ้น” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มักหมายถึงโน้มเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ย) จากมุมมองนี้ ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียอาจแข็งค่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์หน้า ธนาคารกลางอินโดนีเซียคง “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (key rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของธนาคารกลาง) ที่ 6.00% ต่อเนื่องหลายครั้ง แต่ถ้าเงินเฟ้อออกมาสูง อาจทำให้สื่อสารท่าทีเปลี่ยนไปหรืออาจขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต ผู้เทรดจึงอาจพิจารณา “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) ที่ได้ประโยชน์เมื่อรูเปียห์แข็งค่า เช่น ซื้อออปชันคอล (call options: สิทธิซื้อ) ของ IDR หรือออปชันพุต (put options: สิทธิขาย) ของ USD/IDR ค่าเงินยังได้แรงหนุนจากพื้นฐานการค้าที่แข็งแรง เราคาดว่าเกินดุลการค้าจะยังมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ต่อเนื่อง สอดคล้องกับช่วงที่มีเกินดุลต่อเนื่องมากกว่า 40 เดือนตลอดปี 2025 คำตัดสินศาลสหรัฐที่อาจลดภาษีต่อสินค้าบางรายการของอินโดนีเซียยิ่งช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อการส่งออกหุ้นและการจัดพอร์ตตามกลุ่มอุตสาหกรรม
สำหรับตลาดหุ้น สัญญาณยังผสมกัน จึงควรระมัดระวังในการใช้ตราสารอนุพันธ์ที่อิงดัชนี (index derivatives: อนุพันธ์อ้างอิงดัชนีหุ้น) แม้การส่งออกที่แข็งแรงจะเป็นบวกต่อบริษัทจดทะเบียน แต่ความเป็นไปได้ของดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้ออาจกดดันตลาดโดยรวม ความแตกต่างนี้อาจเหมาะกับการดูออปชันในกลุ่มที่เน้นส่งออกมากกว่าซื้อขายทั้งดัชนี IDX Composite (ดัชนีหุ้นหลักของอินโดนีเซีย) ปัจจัยสำคัญของเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นคือ ต้นทุนสินค้า personal care ที่เพิ่มขึ้นจากราคาโลหะมีค่าที่สูง แม้เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารสดและพลังงานออกเพื่อดูแนวโน้มจริง) อาจยังต่ำ แต่ปฏิกิริยาตลาดช่วงแรกน่าจะยึดตามตัวเลข 4.1% เราจะติดตามว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียมองว่านี่เป็นปัญหาต้นทุนดันราคาแบบชั่วคราว (cost-push: ราคาสูงเพราะต้นทุนสูงขึ้น) หรือเป็นความเสี่ยงที่ยืดเยื้อ
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets