ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อเดือนมกราคม
ปริมาณเงินกว้างเพิ่ม 0.6% เทียบเดือนก่อน สูงขึ้นจาก 0.5% และเพิ่ม 7.4% เทียบปีก่อน เทียบกับ 5.2% เมื่อปีก่อน ข้อมูลนี้ถูกมองว่าไม่น่าทำให้ “ธนาคารกลางออสเตรเลีย” (Reserve Bank of Australia: หน่วยงานกำหนดดอกเบี้ยนโยบาย) เปลี่ยนมุมมองนโยบายปัจจุบัน โดยรายงานว่า AUD/USD แข็งขึ้นเล็กน้อย (AUD/USD: อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ออสเตรเลียต่อดอลลาร์สหรัฐ) ย้อนกลับไปช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นปี 2025 เราเห็นสินเชื่อโตแรงแต่ไม่ได้ทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลียเปลี่ยนแนวทางนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ สินเชื่อรวมโต 7.7% ต่อปี แต่ธนาคารกลางยังเดินตามแผนที่วางไว้ ทำให้สภาพแวดล้อมของเงินดอลลาร์ออสเตรเลียค่อนข้างคาดเดาได้ สถานการณ์วันนี้ต่างออกไป เพราะจุดสนใจเปลี่ยนจากการโตของสินเชื่อไปเป็น “เงินเฟ้อ” (inflation: ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น) ที่ชะลอลง ข้อมูลทางการล่าสุดบอกว่า “ดัชนีราคาผู้บริโภค” (CPI: ตัวเลขวัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้า/บริการที่คนทั่วไปซื้อ) แบบรายปีลดลงมาอยู่ที่ 3.5% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ลดลงมากจาก 4.1% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งต่างจากปีที่แล้วที่เรายังกังวลเรื่องราคาสูงต่อเนื่อง ดังนั้น ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ธนาคารกลางออสเตรเลียจึงใช้น้ำเสียงผ่อนลง โดยยกเลิกการส่งสัญญาณว่าจะ “ขึ้นดอกเบี้ย” ต่อ (tightening bias: แนวโน้มเอนเอียงไปทางการขึ้นดอกเบี้ย/คุมเข้มนโยบายการเงิน) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รอบการขึ้นดอกเบี้ยเริ่มขึ้น การเปลี่ยนทิศนี้ชี้ว่าธนาคารมีโอกาส “คงดอกเบี้ย” มากขึ้น หรืออาจพิจารณา “ลดดอกเบี้ย” ช่วงปลายปี ซึ่งต่างจากต้นปี 2025 ที่ยังสื่อท่าทีเข้มงวด (hawkish: เอนเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ)ผลต่อการเทรด Audusd
สำหรับนักเทรด หมายความว่า “ความผันผวนคาดการณ์” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ในออปชัน AUD/USD อาจสูงขึ้นก่อนประกาศข้อมูลสำคัญ เช่น รายงานการจ้างงานหรือเงินเฟ้อครั้งถัดไป กลยุทธ์ “ขายออปชันเพื่อรับพรีเมียม” (premium: เงินที่ได้/จ่ายเพื่อซื้อขายออปชัน) ที่อาจใช้ได้ในช่วงต้นปี 2025 ซึ่งนิ่งกว่า ตอนนี้เสี่ยงมากขึ้น เพราะตลาดไม่เมินข้อมูลเศรษฐกิจ และไวต่อสัญญาณเศรษฐกิจอ่อนแออย่างมาก เราควรทบทวนการถือสถานะใน “ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย” (interest rate futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย) ด้วย เพราะตอนนี้ตลาดกำลัง “ตั้งราคา” (pricing in: สะท้อนความคาดหวังเข้าไปในราคาแล้ว) ว่ามีโอกาสลดดอกเบี้ยปลายปีนี้สูงขึ้น หลังจากธนาคารกลางคง “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (cash rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางกำหนด) ไว้ที่ 4.35% หลายเดือน การหันมาอิงข้อมูลเศรษฐกิจมากขึ้น (data-dependency: ปรับตามข้อมูลใหม่) ทำให้มีโอกาสเกิดความประหลาดใจในทางผ่อนคลาย (dovish: เอนเอียงไปทางคง/ลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ) ซึ่งต่างจากต้นปี 2025 ที่ยังถกกันเรื่องเวลาจะขึ้นดอกเบี้ยอีกเมื่อไร
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets