This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

หลังตลาดปิดทำการ Nvidia ทำผลงานเกินคาดการณ์ไตรมาส 4 และปรับเพิ่มแนวโน้ม ส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้นกว่า 3% ในการซื้อขายนอกเวลา

by VT Markets
/
Feb 26, 2026
Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026 หลังตลาดปิดวันพุธ โดยทำได้ดีกว่าที่วอลล์สตรีทคาด หุ้นปรับขึ้นมากกว่า 3% หลังประกาศผล กำไรต่อหุ้น (Adjusted EPS: กำไรต่อหุ้นแบบปรับแล้ว โดยตัดรายการพิเศษบางอย่างออกเพื่อให้เห็นผลการดำเนินงานปกติ) อยู่ที่ $1.62 สูงกว่าค่าคาดการณ์รวม (consensus: ค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาด) $0.08 และรายได้อยู่ที่ $68.13 พันล้าน สูงกว่าที่คาด $1.9 พันล้าน รายได้เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน (quarter on quarter) และเพิ่มขึ้น 73% เมื่อเทียบปีก่อน (year on year) รายได้กลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Centre: รายได้จากการขายชิป/ระบบที่ใช้ในศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น คลาวด์และระบบ AI) อยู่ที่ $62.3 พันล้าน เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้น 75% จากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นแบบไม่รวมรายการพิเศษ (Non-GAAP gross margin: สัดส่วนกำไรขั้นต้นที่ปรับตามวิธีคำนวณที่ไม่ยึดมาตรฐานบัญชี GAAP เพื่อสะท้อนธุรกิจหลัก) อยู่ที่ 75.2% ตรงตามเป้าหมายที่บริษัทประกาศไว้ สำหรับไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 Nvidia คาดรายได้ $78 พันล้าน สูงกว่าค่าคาดการณ์รวมที่ $72 พันล้าน บริษัทยังพูดถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการประมวลผลเพื่อ AI และการใช้ “เอเจนต์ AI” ในองค์กร (AI agents: โปรแกรม AI ที่ทำงานแทนคนได้บางส่วน เช่น ช่วยค้นข้อมูล วางแผน ทำงานหลายขั้นตอนตามเป้าหมาย) Salesforce รายงานรายได้รวมออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย โดยรายได้สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาด หุ้นร่วงลง 4% ในช่วงซื้อขายนอกเวลา (after-hours: ซื้อขายหลังตลาดปิด) หุ้น Snowflake ลดลง 3% หลังทำได้ดีกว่าคาดเล็กน้อย ส่วน Trade Desk ร่วงมากกว่า 14% หลังแนวโน้มรายได้ไตรมาส 1 ต่ำกว่าค่าคาดการณ์รวม $10 ล้าน จากผลประกอบการที่ดีกว่าคาดอย่างมากของ Nvidia แนวโน้ม AI กำลังเร่งตัวขึ้น แต่การที่หุ้นขึ้นเพียงราว 3% บ่งชี้ว่าข่าวดีจำนวนมากถูกคาดไว้แล้วและสะท้อนในราคา (priced in: ตลาดได้ประเมินและซื้อขายตามข้อมูล/ความคาดหวังนั้นไปแล้ว) ปฏิกิริยาแบบ “sell the news” (ขายทำกำไรหลังข่าวดีออกมา เพราะซื้อสะสมมาก่อนแล้ว) ทำให้ผู้ซื้อขายควรวางแผนมากกว่าการรีบซื้อคอลอย่างเดียว ความผันผวนที่ตลาดคาดไว้จากราคาออปชันก่อนประกาศ (implied volatility: ค่าที่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคาหุ้นจะเหวี่ยงแรงแค่ไหน โดยดูจากราคาออปชัน ไม่ใช่ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง) มีแนวโน้มจะลดลงแรงหลังประกาศ ซึ่งเรียกว่า “volatility crush” (ความผันผวนคาดการณ์ยุบตัวหลังเหตุการณ์สำคัญ) สภาพแบบนี้เอื้อกับการ “ขายค่าเวลาออปชัน” (selling options premium: รับเงินค่าออปชันจากการขายสัญญา โดยหวังว่าราคาจะไม่เหวี่ยงตามที่ผู้ซื้อคาด) เช่น การทำสเปรดเครดิตฝั่งพุทที่ระยะสั้นและราคาใช้สิทธิไกลจากราคาปัจจุบัน (out-of-the-money put credit spreads: กลยุทธ์ขายพุทหนึ่งสัญญาและซื้อพุทอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าเพื่อจำกัดความเสี่ยง ได้เครดิตล่วงหน้า และกำไรหากหุ้นไม่ตกมาก) กลยุทธ์นี้ช่วยรับรายได้ โดยเดิมพันว่า NVDA จะไม่ร่วงแรงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เกิดความแตกต่างชัดเจนในกลุ่มเทคโนโลยี จากการที่ Salesforce และ Snowflake ตอบสนองเชิงลบแม้กำไรออกมาดีกว่าคาด ตลาดกำลังลงโทษบริษัทที่ “ไม่สมบูรณ์แบบ” และเทเงินไปที่ผู้นำที่ชัดเจน จึงอาจทำ “pairs trade” (เทรดคู่: ถือสถานะฝั่งหนึ่งบวกและอีกฝั่งลบเพื่อลดความเสี่ยงตลาดโดยรวม) คือถือฝั่งบวกผ่านออปชันของ Nvidia พร้อมกับซื้อพุทของกองทุน ETF เทคกว้างอย่าง QQQ เพื่อป้องกันความอ่อนแอของทั้งกลุ่ม (hedge: ทำรายการเพื่อลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวผิดทาง) ย้อนดูที่ผ่านมา การขึ้นแรงของหุ้น NVDA ในปี 2025 ทำให้ความคาดหวังสูงมาก เราเห็นปริมาณซื้อขายคอลออปชัน (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหุ้นที่ราคาใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด) ก่อนประกาศ สูงเกิน 2 ล้านสัญญาต่อวันอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าแรงเชียร์ฝั่งขึ้นแออัดมาก (crowded trade: คนจำนวนมากถือฝั่งเดียวกัน ทำให้โอกาสผันผวนจากการแห่ขาย/ทำกำไรสูง) ภาวะที่ผู้ซื้อแน่นแบบนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมหุ้นขยับขึ้นไม่มาก แม้ผลประกอบการจะดีมาก แม้รายงานจะยอดเยี่ยม แต่ค่า P/E ล่วงหน้า (forward price-to-earnings: ราคาหุ้นเทียบกำไรที่ “คาด” ในอนาคต) ยังมากกว่า 35 ซึ่งเป็นระดับมูลค่าที่ต้องอาศัยการทำผลงานได้ตามเป้าอย่างต่อเนื่อง ตลาดยังอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยที่เผชิญมาตั้งแต่ปลายปี 2025 หมายความว่าข่าวเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่คาดคิด (macro news: ข่าวเศรษฐกิจภาพใหญ่ เช่น เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย การจ้างงาน) ยังอาจกดดันได้แม้แต่หุ้นแข็งแกร่ง ดังนั้นการถืออนุพันธ์ฝั่งขึ้น (derivatives: เครื่องมือที่มูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน) ควรกำหนดความเสี่ยงให้ชัดเจน จากแนวโน้มไตรมาสถัดไปที่แข็งแรง การถือฝั่งขึ้นยังเหมาะสม แต่ควรจัดโครงสร้างให้คุ้มค่า เช่น “คอลเดบิตสเปรด” (call debit spread: ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า จ่ายเงินสุทธิตั้งต้นน้อยลง และกำไรจำกัด) ซึ่งเป็นวิธีเดิมพันว่าหุ้นยังขึ้นต่อได้ กลยุทธ์นี้ลดต้นทุนเริ่มต้นและได้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งต่อเนื่องของธุรกิจศูนย์ข้อมูล

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code