ข้อมูลอ้างอิงราคาทองในฟิลิปปินส์
FXStreet แปลงราคาทองคำโลกเป็นเงินเปโซฟิลิปปินส์ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/เปโซฟิลิปปินส์ (USD/PHP) และหน่วยท้องถิ่น ราคาอัปเดตทุกวันตามราคาตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ และมีไว้เพื่อใช้อ้างอิง เพราะราคาหน้าร้านในประเทศอาจต่างออกไป ในอดีต ทองคำถูกใช้เพื่อเก็บมูลค่าและใช้แลกเปลี่ยนสินค้า และยังใช้ทำเครื่องประดับ ราคาทองมักเกี่ยวข้องกับความต้องการในช่วงตลาดผันผวน และการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (ของแพงขึ้น) และค่าเงินอ่อน (เงินซื้อของได้น้อยลง) ธนาคารกลาง (หน่วยงานของรัฐที่ดูแลนโยบายการเงินและค่าเงิน) เป็นผู้ถือครองทองรายใหญ่ ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นยอดรวมรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาทองมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง ราคาทองได้รับอิทธิพลจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองถูกตีราคาเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ)มุมมองตลาดและปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
การปรับขึ้นของราคาทองในประเทศช่วงนี้เกี่ยวกับภาพรวมโลกมากกว่าเรื่องในฟิลิปปินส์ โดยสะท้อนว่าดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงเล็กน้อย ความสัมพันธ์แบบสวนทางนี้เป็นสัญญาณที่สำคัญในอีกไม่กี่สัปดาห์ ผู้ลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพราะมีแนวโน้มกำหนดทิศทางรอบใหญ่ถัดไปของทอง ตลาดเริ่มมองข้ามช่วง “ดอกเบี้ยสูงกดเศรษฐกิจ” (restrictive interest rate: อัตราดอกเบี้ยที่ตั้งไว้สูงเพื่อชะลอเงินเฟ้อ) ที่เด่นชัดในปี 2025 ข้อมูลของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) จาก CME Group ชี้ว่า ตลาดคาดว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) จะลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปี ความคาดหวังนี้ทำให้ “ต้นทุนการเสียโอกาส” ของการถือทองลดลง (opportunity cost: ผลตอบแทนที่อาจได้จากการไปลงทุนอย่างอื่นแทน) จึงทำให้ทองน่าสนใจขึ้นและช่วยหนุนราคา แรงหนุนสำคัญของทองมาจากการซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง ซึ่งช่วยพยุงราคาขั้นต่ำ หากมองย้อนกลับ ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มทองในทุนสำรองมากกว่า 1,037 ตันในปี 2024 ใกล้เคียงสถิติปี 2022 และแนวโน้มนี้ยังต่อเนื่องในปี 2025 ความต้องการที่สม่ำเสมอนี้หมายความว่า เมื่อราคาปรับลงแรง มักจะมีผู้เล่นรายใหญ่เชิงสถาบัน (institutional players: นักลงทุนรายใหญ่ เช่น กองทุน/ธนาคาร/หน่วยงาน) เข้าซื้อเร็ว เงินเฟ้อที่ยังไม่หายไปและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical uncertainty: ความเสี่ยงจากความสัมพันธ์และความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ยังช่วยตอกย้ำบทบาททองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven asset: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง) แม้ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI: ตัวชี้วัดราคาสินค้าและบริการของประชาชน) จะลดลงมากจากจุดสูงในปีก่อน ๆ แต่ยังลดต่ำกว่า 3% ได้ยาก ทำให้ความกังวลเงินเฟ้อยังอยู่ ภาวะแบบนี้ทำให้ทองเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: การกันความเสี่ยง) จากค่าเงินเสื่อมและเหตุการณ์ไม่คาดคิดระดับโลก ด้วยปัจจัยเหล่านี้ คาดว่าความผันผวน (volatility: ราคาแกว่งแรง) จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ใช้สัญญาออปชัน (options: สิทธิในการซื้อหรือขายในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องทำจริง) อาจพิจารณากลยุทธ์ เช่น bull call spread (ซื้อคอลออปชันและขายคอลออปชันอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองหรือ ETF (กองทุนอีทีเอฟ: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) เพื่อหวังผลจากราคาขึ้นและจำกัดความเสี่ยงให้ชัดเจน ปัจจัยสำคัญคือจังหวะเข้าซื้อขายใกล้ช่วงประกาศข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐและการสื่อสารของธนาคารกลางในระยะใกล้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets