สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น สะท้อนอุปทานล้นตลาด
สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นมากถึง 11.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ล่าสุด เป็นการเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจนจากการลดลงเล็กน้อยก่อนหน้า และชี้ว่าอุปทานในตลาดมีมากเกินไป ปฏิกิริยาในระยะสั้นมักเป็นลบต่อราคา และอาจกดดันให้ราคาน้ำมันลดลง การเพิ่มขึ้นของสต็อกเกิดขึ้นพร้อมกับ “อัตราการใช้กำลังการกลั่น” ของโรงกลั่นในสหรัฐลดลงมาแถว 86% เพราะช่วงปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาล (หมายถึงโรงกลั่นเดินเครื่องน้อยลงเพื่อซ่อมและตรวจระบบ) ขณะเดียวกัน “การผลิตในประเทศ” ยังสูง อยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 13.3 ล้านบาร์เรลต่อวันตามข้อมูลรัฐบาลล่าสุด เมื่อการกลั่นลดลงแต่การผลิตยังสูง น้ำมันจึงถูกเก็บเป็นสต็อกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจพิจารณาซื้อ “ออปชันแบบพุท (put option)” บน WTI (สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด เพื่อทำกำไรเมื่อราคาลดลง) หรือขาย “สัญญาฟิวเจอร์สเดือนใกล้สุด (front-month futures)” (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ใกล้วันหมดอายุที่สุด มักไวต่อข่าวระยะสั้น) เพื่อรับประโยชน์จากคาดการณ์ว่าราคาจะปรับลง นอกจากนี้ “สเปรดพุทขาลง (bear put spread)” สำหรับอายุสัญญาเดือนมีนาคมและเมษายน (กลยุทธ์ซื้อพุทที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายพุทอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิที่ต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุน) เป็นวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและยังได้ประโยชน์หากราคาลดลงในระดับปานกลาง เคยมีรูปแบบคล้ายกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2025 เมื่อโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องช้าหลังการปิดซ่อมครั้งใหญ่ ตอนนั้นราคาน้ำมันดิบสัญญาเดือนใกล้สุดลดลงมากกว่า 8% ในสองสัปดาห์ถัดมา ก่อนที่อุปสงค์จะเริ่มฟื้น ตัวอย่างในอดีตนี้บอกว่าความอ่อนแอรอบปัจจุบันอาจยืดเยื้อได้หลายสัปดาห์ ตอนนี้ตลาดจะจับตารายงานสต็อกอย่างเป็นทางการของ EIA (Energy Information Administration: หน่วยงานข้อมูลพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ) เพื่อยืนยันขนาดการเพิ่มขึ้น หากตัวเลขออกมาสูงใกล้เคียงกัน อาจเร่งแรงขายได้ นอกจากนี้กำลังติดตามว่าโครงสร้างราคาตลาดจะเปลี่ยนไปเป็น “คอนแทงโก (contango)” มากขึ้นหรือไม่ ซึ่งหมายถึงสัญญาส่งมอบไกลมีราคาสูงกว่าสัญญาเดือนใกล้สุด สะท้อนว่ามีอุปทานเพียงพอและยืนยันมุมมองว่าราคาอาจอ่อนตัวความเสี่ยงสำคัญและปัจจัยกระตุ้นถัดไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets