This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

นักเศรษฐศาสตร์ของ DBS ระบุว่า คำตัดสินของสหรัฐฯ ทำให้ภาษีนำเข้าต่ออาเซียน-6 ปรับเป็นอัตรา MFN บวกภาษีตามมาตรา 122 อีก 15% จนถึงเดือนกรกฎาคม 2026

by VT Markets
/
Feb 24, 2026
DBS Group Research ระบุว่า คำตัดสินของศาลสหรัฐฯ ได้ “ยกเลิก” ภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ กำหนดฝ่ายเดียวภายใต้กฎหมาย IEEPA (กฎหมายให้อำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ) ต่ออาเซียน-6 ประเทศเหล่านี้จึงจะเผชิญ “อัตราภาษี MFN” (อัตราภาษีมาตรฐานที่ให้กับคู่ค้าทั่วไปตามกติกาการค้าโลก) ของตนเอง และถูกเก็บภาษีทั่วโลกเพิ่มอีก 15% ภายใต้มาตรา 122 (มาตราหนึ่งของกฎหมายการค้า/ภาษีของสหรัฐฯ ที่ให้อำนาจเก็บภาษีชั่วคราวแบบครอบคลุม) ไปจนถึง ก.ค. 2026 โดยก่อนถึงตอนนั้นอาจมีการฟ้องร้องทางกฎหมายเพื่อโต้แย้งได้ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย จะมี “อัตราภาษีที่แท้จริง” (ภาษีเฉลี่ยที่โดนจริงหลังรวมหลายชั้น/หลายกฎ) ลดลงภายใต้ภาษี 15% นี้ Global Trade Alert (ฐานข้อมูลติดตามมาตรการการค้าโลก) ประเมินว่าลดลงราว 1.7 ถึง 3.2 จุดเปอร์เซ็นต์ (pp = จุดเปอร์เซ็นต์)

Tariff Impact Across Asean Six

อัตราภาษีที่แท้จริงของสิงคโปร์จะเพิ่มขึ้นราว 1.1 จุดเปอร์เซ็นต์ภายใต้กรอบเดียวกัน ถึงอย่างนั้น สิงคโปร์ก็ยังมีอัตราภาษีที่แท้จริงต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียน-6 ภาษีรายอุตสาหกรรมภายใต้มาตรา 232 (มาตราที่ให้อำนาจเก็บภาษีด้วยเหตุผลความมั่นคงของชาติ เช่น เหล็ก/อะลูมิเนียม) ยังไม่เปลี่ยนแปลง ข้อยกเว้นเดิม รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ (ชิปอิเล็กทรอนิกส์) และยาที่ไม่ใช่ยี่ห้อ (ยาเจเนอริก) ยังคงใช้ได้ DBS ยังคงไม่ปรับประมาณการเศรษฐกิจของภูมิภาค ตอนนี้เห็นโครงสร้างการค้าที่ชัดขึ้นจากคำตัดสินภาษีล่าสุดของสหรัฐฯ การยกเลิกภาษี IEEPA เดิม ทำให้ระยะสั้นมีทั้งประเทศได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ในภูมิภาค การเปลี่ยนนโยบายนี้กระทบ “ความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก” (ขายต่างประเทศได้ง่ายขึ้น/ยากขึ้นเพราะต้นทุนภาษี) ของมาเลเซีย ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เมื่อเทียบกับสิงคโปร์

Positioning And Risk Considerations

ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ควรพิจารณาถือฝั่ง “ขาขึ้น” (คาดว่าแข็งค่า) ในสกุลเงินของประเทศที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะริงกิตมาเลเซียและบาทไทย การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ซึ่งมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 จะเจออัตราที่ดีขึ้น และเราเห็นบาทแข็งจาก 35.2 เป็น 34.8 ต่อดอลลาร์หลังมีข่าว กลยุทธ์ผ่าน “อนุพันธ์” (สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อื่น) อาจเป็นการซื้อ “คอลออปชัน” (สิทธิในการซื้อในอนาคตที่ราคาที่กำหนด) ของสกุลเงินเหล่านี้ หรือของ ETF (กองทุนที่ซื้อขายในตลาดหุ้นเหมือนหุ้น) ที่ติดตามตลาดหุ้นประเทศนั้น ๆ ในทางกลับกัน มุมมองต่อสิงคโปร์ค่อนข้างกลาง ๆ เพราะอัตราที่แท้จริงเพิ่มเล็กน้อย แม้ยังแข่งขันได้ดีที่สุดในกลุ่ม แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ความได้เปรียบลดลง กลยุทธ์ที่เป็นไปได้คือ “Pairs trade” (ซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งเพื่อเล่นส่วนต่าง) โดยให้น้ำหนักหุ้นมาเลเซียหรือเวียดนามมากกว่าหุ้นสิงคโปร์ เพราะการเปลี่ยนภาษีนี้อาจยังไม่สะท้อนในราคาเต็มที่ ปัจจัยสำคัญคือระบบภาษีใหม่นี้เป็นเพียงชั่วคราว โดยจะหมดอายุในเดือน ก.ค. และยังติดอุปสรรคทางกฎหมาย สถานการณ์นี้มีความไม่แน่นอนสูง จึงควรคาดว่า “ความผันผวน” (ราคาแกว่งแรงขึ้น) ในตลาดภูมิภาคจะสูงขึ้นตลอด 5 เดือนข้างหน้า การซื้อ “สตรัดเดิล” หรือ “สตรังเกิล” (กลยุทธ์ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง) บนดัชนีหุ้นอาเซียนหลัก ๆ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะ เพื่อรับผลจากการแกว่งของราคาโดยไม่ต้องทายทิศทาง เราต้องเลือกเป็นรายกรณี เพราะข้อยกเว้นในอุตสาหกรรมสำคัญอย่างเซมิคอนดักเตอร์จะทำให้ผลกระทบต่อหุ้นบางกลุ่มเบาลง โอกาสจริงอยู่ในภาคการผลิตที่ไม่อยู่ในข้อยกเว้น เช่น เฟอร์นิเจอร์ในเวียดนาม และงานประกอบอิเล็กทรอนิกส์ในมาเลเซีย ซึ่งเคยตอบสนองแรงต่อข่าวภาษีในปี 2025 ดังนั้นการวางตำแหน่งผ่านอนุพันธ์ควรเจาะจงที่อุตสาหกรรม มากกว่าซื้อขายตามดัชนีตลาดกว้าง ๆ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้.

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code