Market Reaction And Dollar Moves
ทองคำดีดกลับจากภาวะเลี่ยงความเสี่ยง (risk aversion: นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย) ขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เหนือ 5,200 ดอลลาร์ และซื้อขายที่ 5,211 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ธนาคารกลางต่าง ๆ เพิ่มการถือทองคำ 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นการซื้อรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ข้อมูลที่จะประกาศต่อไป ได้แก่ เงินเฟ้อออสเตรเลียเดือนมกราคม (Australian January CPI) วันที่ 25 กุมภาพันธ์ และเงินเฟ้อโตเกียวเดือนกุมภาพันธ์ (Tokyo February CPI) วันที่ 26 กุมภาพันธ์ รายงานวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ได้แก่ จีดีพีสวิตเซอร์แลนด์ไตรมาส 4 (Swiss Q4 GDP: มูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจรวม), เงินเฟ้อเยอรมนีเดือนกุมภาพันธ์แบบรายงานเบื้องต้น (Germany’s February flash CPI: ตัวเลขเร็ว), HICP (Harmonised Index of Consumer Prices: ดัชนีเงินเฟ้อมาตรฐานของสหภาพยุโรป), จีดีพีแคนาดาไตรมาส 4 (Canadian Q4 GDP) และดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐ (Producer Price Index: PPI วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าหน้าโรงงาน/ต้นทาง) เมื่อมองย้อนกลับไปที่แรงกระแทกของตลาดช่วงปี 2025 จะเห็นว่าปัจจัยที่ทำให้ตลาดผันผวนเปลี่ยนไป ความปั่นป่วนจากคำตัดสินเรื่องภาษีของศาลฎีกาและภาษีทั่วโลก 15% เป็นเหตุการณ์การเมืองที่ทำให้ตลาดสั่นคลอน ปัจจุบันตลาดให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อและท่าทีของธนาคารกลางมากกว่า การพุ่งของทองคำเหนือ 5,200 ดอลลาร์ปีก่อนเป็นการหนีไปสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างรุนแรง แต่เหตุผลยังใช้ได้ ธนาคารกลางยังซื้อจำนวนมาก โดยสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่ติดตามข้อมูลตลาดทองคำ) รายงานว่าเพิ่มทองคำเข้าทุนสำรองใกล้สถิติที่ 1,037 ตันในปี 2023 ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การใช้ออปชัน (options: สัญญาที่ให้ “สิทธิ” ซื้อหรือขายในราคา/เวลาที่กำหนด) เพื่อสร้างสถานะซื้อทองคำระยะยาว (long positions: มองว่าราคาจะขึ้น) ยังเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดความเสียหายจากเหตุไม่คาดคิด) ที่เหมาะสมต่อความไม่แน่นอนระดับโลก ความผันผวนปีก่อนทำให้ดัชนีดอลลาร์ลงไปที่ 97.70 ก่อนฟื้น เพราะความไม่แน่นอนด้านการค้า ตอนนี้สภาพแวดล้อมต่างออกไป โดย DXY (ชื่อย่อของ Dollar Index) แข็งกว่าและเคลื่อนไหวแถว 105 เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) ระมัดระวังเรื่องดอกเบี้ยท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังลดลงช้า (sticky inflation: เงินเฟ้อที่ดื้อไม่ยอมลงง่าย) ทำให้การใช้ตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) เพื่อเล่นตามข่าวสำคัญอย่าง PPI เป็นแนวทางที่เป็นระบบกว่าการไล่ตามข่าวการเมืองฉับพลันShifting Drivers Of Volatility
สถานการณ์เงินเยนญี่ปุ่นแถว 154.60 ปีก่อนเกิดจากการคาดการณ์ว่า BoJ จะขึ้นดอกเบี้ย ต่อมามีการปรับนโยบายครั้งสำคัญในปี 2024 แต่ส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐยังสูงมาก ช่องว่างนี้ (ตอนนี้เกิน 500 เบสิสพอยต์: basis points หน่วย 0.01% เช่น 500 bps = 5%) ชี้ว่าใช้ฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผูกพันต้องซื้อ/ขายตามราคาและวันกำหนด) เพื่อเทรดตามส่วนต่างดอกเบี้ย (interest rate differential: ความต่างของอัตราดอกเบี้ยสองประเทศ) เป็นการเล่นเชิงโครงสร้างมากกว่าการเทรดแบบหนีความเสี่ยง (risk-off: ลดสินทรัพย์เสี่ยง) ที่เห็นในปี 2025 ต่างจากปีก่อนที่สกุลเงินอย่างดอลลาร์ออสเตรเลียโดนข่าวภาษีแบบกว้าง ๆ ตอนนี้การเคลื่อนไหวผูกกับข้อมูลเศรษฐกิจเฉพาะมากขึ้น ล่าสุดตัวชี้วัดเงินเฟ้อรายเดือนของออสเตรเลียเดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ 3.5% สูงกว่าคาดเล็กน้อย ย้ำว่าข้อมูลเศรษฐกิจรายตัวเป็นตัวขับคู่เงินในตอนนี้ จึงเหมาะกับการใช้ออปชันระยะสั้นเพื่อวางตำแหน่งรับความผันผวนรอบวันประกาศข้อมูลตามตาราง Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets