ภาษีการค้าโลกและความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยง
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาษีทั่วโลก 15% สำหรับสินค้านำเข้า การเคลื่อนไหวนี้ทำให้บรรยากาศตลาด “ไม่รับความเสี่ยง” (risk-averse: นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง) ชัดขึ้น เพิ่มความผันผวนของค่าเงิน (foreign exchange volatility: การแกว่งตัวของอัตราแลกเปลี่ยน) และกระตุ้นแรงซื้อแบบป้องกันความเสี่ยง (defensive demand: ซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า) ซึ่งช่วยพยุงดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย แต่กดดันสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ (cyclical currencies: สกุลเงินที่มักแข็ง/อ่อนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ) เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลีย ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยยังมีผลต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาด “คาดราคาไว้แล้ว” (pricing in: สะท้อนเข้าไปในราคาแล้ว) ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางสหรัฐ) อย่างน้อยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 25 จุดพื้นฐาน (basis point: หน่วย 0.01% ดังนั้น 25 bps = 0.25%) ภายในสิ้นปี ข้อมูล GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ: มูลค่าการผลิตทั้งระบบเศรษฐกิจ) ที่ออกมาอ่อนกว่าคาด และตัวเลข PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ: ชี้ทิศทางภาคธุรกิจ/การผลิต) ที่นิ่มลงสนับสนุนมุมมองนี้ ในออสเตรเลีย ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia หรือ RBA: ธนาคารกลางออสเตรเลีย) ยังถูกมองว่า “เข้มงวดเรื่องดอกเบี้ย” (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยสูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ) โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด ช่องว่างนโยบายกับ Fed (policy gap: ความต่างทิศทางดอกเบี้ย/นโยบาย) ช่วยจำกัดการลงของ AUD/USD แต่คู่เงินยังไวต่ออารมณ์ตลาดและข่าวการค้าแนวโน้มธนาคารกลางเปลี่ยนไป
วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป โดย AUD/USD ซื้อขายต่ำกว่ามากใกล้ 0.6750 ภาษีทั่วโลกเชิงรุกของสหรัฐในปี 2025 ถูกแทนที่ด้วยแนวทางการค้าที่ “เจาะจงมากขึ้น” (more targeted: เลือกเก็บเป็นบางสินค้า/บางประเทศ) ทำให้แหล่งความผันผวนจากจุดนั้นลดลง อย่างไรก็ดี ความต่างสำคัญอยู่ที่มุมมองธนาคารกลาง เพราะดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (Consumer Price Index หรือ CPI: ตัวชี้เงินเฟ้อราคาสินค้า/บริการของผู้บริโภค) แข็งขึ้นเป็น 3.1% ขณะที่เงินเฟ้อออสเตรเลียลดลงเป็น 2.8% เมื่อคำนึงถึงความผันผวนรุนแรงในปี 2025 ความผันผวน “โดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาสัญญาออปชัน) ในออปชัน AUD/USD (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) ยังเป็นจุดที่ต้องจับตา หาก Fed ส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ RBA ระมัดระวังมากขึ้น ข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาแบบไม่คาดคิดอาจทำให้ราคาแกว่งแรง ผู้เทรดอาจพิจารณากลยุทธ์ออปชัน เช่น สแตรดเดิล (straddle: ซื้อออปชันทั้ง “ซื้อ” และ “ขาย” ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้ประโยชน์จากความผันผวนไม่ว่าราคาไปทางไหน) เพื่อรับมือการพุ่งขึ้นของความผันผวน โดยไม่ต้องเดาทิศทาง ความต่างนโยบายที่เคยหนุนดอลลาร์ออสเตรเลียในปี 2025 ตอนนี้กลับทิศ กลายเป็นแรงกดดันต่อสกุลเงิน การประเมินของตลาดในปัจจุบันผ่านเครื่องมือ CME FedWatch (CME FedWatch Tool: เครื่องมือที่ใช้ราคาฟิวเจอร์สคาดโอกาสการขึ้น/ลงดอกเบี้ยของ Fed) ชี้ว่ามีโอกาสเกือบ 40% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งต่างจากแนวโน้ม “ผ่อนคลาย” (easing bias: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย) ที่เห็นก่อนหน้า การเปลี่ยนพื้นฐานนี้บอกว่า การขายเมื่อราคารีบาวด์แรงใน AUD/USD (fading rallies: ขายสวนตอนเด้งขึ้น) อาจเป็นแนวทางที่ใช้ได้ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เรายังต้องจับตาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity prices: ราคาวัตถุดิบเช่นแร่ โลหะ พลังงาน) เพราะแร่เหล็ก (iron ore: วัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเหล็ก) เพิ่งหลุดต่ำกว่า 120 ดอลลาร์ต่อหนึ่งตัน กดดันรายได้ส่งออกหลักของออสเตรเลีย เพิ่มความเสี่ยงต่อดอลลาร์ออสเตรเลียและทำให้มุมมองยังระมัดระวัง ดังนั้นการตั้งจุดตัดขาดทุนให้แคบ (tight stop-losses: คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด) สำหรับสถานะซื้อ AUD (long AUD positions: ถือฝั่งคาดว่า AUD จะแข็งค่า) จึงสำคัญเพื่อลดโอกาสเสียหายจากการเปลี่ยนอารมณ์ตลาดแบบฉับพลัน สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets