ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และการหยุดชะงักของอุปทาน
ยังมีการพูดถึงความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศและความเสี่ยงที่อุปทานจะสะดุด (อุปทานคือปริมาณน้ำมันที่ส่งเข้าสู่ตลาด) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสัปดาห์ก่อนว่า จะเกิดเรื่องร้ายกับอิหร่านหากไม่มีข้อตกลงเรื่องโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน มาตรการภาษีนำเข้าเชื่อมโยงกับความกังวลว่า ความต้องการใช้น้ำมันจะอ่อนลง (ความต้องการใช้คือการบริโภคน้ำมันของผู้ซื้อทั่วโลก) ศาลสูงสหรัฐฯ ตัดสินว่าภาษีวงกว้างของทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากนั้นทรัมป์ประกาศเก็บภาษีใหม่ 15% ในวันเสาร์ ผ่าน Truth Social (Truth Social คือแพลตฟอร์มโซเชียลของทรัมป์) โดยบอกว่ามีผลทันทีและจะมีภาษีเพิ่มตามมาแรงกดดันด้านอุปสงค์ และกลยุทธ์รับความผันผวน
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันสำคัญมาจากความกลัวว่าอุปสงค์ทั่วโลกจะชะลอ ล่าสุดข้อมูลชี้ว่า GDP ยูโรโซน (GDP คือมูลค่าการผลิตของเศรษฐกิจ) ไตรมาส 4 ปี 2025 โตเพียง 0.1% และตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่เฟดใช้เป็นหลักสำหรับเดือนมกราคม 2026 ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 2.8% ทำให้มีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังสูงอีกนาน (เฟดคือธนาคารกลางสหรัฐฯ) โอกาสที่การบริโภคจะอ่อนลงช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคา และหนุนแนวคิดอย่างการซื้อพุตออปชัน (put option คือสัญญาที่ให้สิทธิขายที่ราคาที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาลง) เมื่อมีแรงสองด้านสวนกัน ความผันผวนโดยนัยจึงเพิ่มขึ้น (implied volatility คือระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาสัญญาออปชัน) ทำให้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรง เช่น ลองสตรัดเดิล (long straddle คือการซื้อคอลและพุตพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังให้ราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณา เราคาดว่าราคามีโอกาสหลุดกรอบแรงได้ทั้งสองทางในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของ API และ EIA (EIA คือหน่วยงานพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รายงานข้อมูลสต็อก) ยังเป็นตัวกระตุ้นระยะสั้นที่สำคัญ และอาจทำให้ราคาแกว่งแรงจนเกิดโอกาสซื้อขายได้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets