วิธีคำนวณราคาทองคำในซาอุดีอาระเบีย
FXStreet คำนวณราคาทองคำในซาอุดีอาระเบียโดยแปลงราคาทองคำโลกเป็นสกุล SAR ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน USD/SAR (ดอลลาร์สหรัฐต่อริยัลซาอุฯ) และแปลงเป็นหน่วยท้องถิ่น ราคาอัปเดตทุกวันตามเวลาที่เผยแพร่ ใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น โดยราคาจริงในพื้นที่อาจต่างออกไป ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด พวกเขาเพิ่มทองคำ 1,136 ตัน (tonnes: เมตริกตัน เท่ากับ 1,000 กิโลกรัม) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่ทุนสำรอง (reserves: ทรัพย์สินที่เก็บไว้เพื่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศ) ในปี 2022 ตามข้อมูลของ World Gold Council (สภาทองคำโลก: องค์กรที่รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลตลาดทองคำ) ซึ่งเป็นยอดรวมรายปีสูงสุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง (risk assets: สินทรัพย์ที่ราคาผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น หุ้น) ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา ได้แก่ ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical instability: ความตึงเครียดระหว่างประเทศ/ความขัดแย้ง), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession fears: ความกลัวเศรษฐกิจหดตัว), อัตราดอกเบี้ย และความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองคำตั้งราคาเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: สัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบดอลลาร์ โดย XAU คือทองคำ)ปัจจัยสำคัญที่ควรติดตาม
บทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven asset: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อกังวลความเสี่ยง) ยังคงเด่นจากความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 2024 และ 2025 ความตึงเครียดทั่วโลกทำให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่ไม่ผูกกับผลลัพธ์ของรัฐบาลหรือเศรษฐกิจประเทศใดประเทศหนึ่ง ภาพรวมนี้ทำให้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดผลกระทบจากความผันผวน) เมื่อมีโอกาสตลาดหุ้นอ่อนตัว ซึ่งช่วงหลังมีความผันผวนมากขึ้น ธนาคารกลาง โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (emerging economies: ประเทศที่กำลังพัฒนาและเติบโตเร็ว) ยังคงซื้อทองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่าธนาคารกลางรวมกันเพิ่มทองมากกว่า 950 ตันในทุนสำรองระหว่างปี 2025 ความต้องการจากสถาบัน (institutional demand: ความต้องการซื้อจากองค์กรใหญ่ เช่น ธนาคารกลาง กองทุน) ที่ต่อเนื่องช่วยพยุงราคา และทำให้ทองในตลาดเหลือน้อยลงสำหรับนักลงทุนรายย่อยและผู้ค้า มุมมองเรื่องอัตราดอกเบี้ยก็สำคัญ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางของสหรัฐ) หยุดขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งในปี 2025 ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าอาจลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งทำให้ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (opportunity cost: สิ่งที่เสียไปเมื่อเลือกถือสินทรัพย์หนึ่งแทนอีกสินทรัพย์) ของการถือทองที่ไม่มีดอกผล (non-yielding asset: สินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผล เช่น ทองคำ) ลดลง ปัจจัยนี้ยังทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงเล็กน้อย ซึ่งตามประวัติแล้วมักสวนทางกับราคาทอง สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets