การถือครองของนักเก็งกำไรเอนเอียงไปทางขาลงมากขึ้น
สถานะ “ขายสุทธิ” (Net short: ถือฝั่งขายมากกว่าฝั่งซื้อ) ในสัญญาล่วงหน้า (Futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตกลงราคาวันนี้ ส่งมอบ/ชำระบัญชีในอนาคต) ของ S&P 500 ที่ถือโดยนักเก็งกำไรรายใหญ่ (Large speculators: กลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ เช่น กองทุนและผู้จัดการเงินที่เน้นทำกำไรจากราคา) เพิ่มขึ้นมาก จาก -105.1K เป็น -177.8K สัญญา สะท้อนว่ามุมมองขาลง (Bearish sentiment: คาดว่าราคาจะลง) เพิ่มขึ้นชัดเจนในหมู่บริษัทเทรดและเฮดจ์ฟันด์ (Hedge funds: กองทุนที่ใช้กลยุทธ์ยืดหยุ่น/ใช้เครื่องมือการเงินหลายแบบเพื่อทำกำไรและลดความเสี่ยง) โดยกำลังเพิ่มเดิมพันว่าตลาดอาจปรับลงในระยะใกล้ ความกังวลนี้ตามมาหลังรายงานเงินเฟ้อ (Inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น) เดือนมกราคม 2026 ที่ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.8% ทำให้ความหวังว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะลดดอกเบี้ย (Rate cut: ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ก่อนครึ่งหลังของปีลดลง และเมื่อ S&P 500 ปรับลงแล้วมากกว่า 5% ตั้งแต่ต้นปี การวางสถานะแบบนี้ชี้ว่าตลาดคาดว่าแรงกดดันจากผลประกอบการบริษัท (Corporate earnings: กำไร/รายได้ของบริษัทจดทะเบียน) และนโยบายดอกเบี้ยจะยังถ่วงต่อไป เรามองว่าเทรดเดอร์กำลังเตรียมรับการทดสอบแนวรับที่ต่ำลง (Support levels: จุดราคาที่มักมีแรงซื้อพยุงราคา) อย่างไรก็ตาม ควรมองเป็นสัญญาณสวนทางได้ด้วย (Contrarian signal: เมื่อคนส่วนใหญ่เอนเอียงมาก อาจเกิดการกลับทิศ) เพราะการถือสถานะสุดโต่งมักเกิดก่อนการกลับตัว เราเคยเห็นการสะสมฝั่งขายลักษณะคล้ายกัน (แต่ไม่แรงเท่านี้) ช่วงปลายปี 2022 ก่อนที่ตลาดจะฟื้นตัวแรงตลอดปี 2023 หากมีปัจจัยบวกแบบฉับพลัน อาจเกิดชอร์ตสควีซ (Short squeeze: ราคาเด้งขึ้นแรงจนคนที่ “ขายชอร์ต” ต้องรีบซื้อคืนเพื่อตัดขาดทุน) บังคับให้ผู้ถือฝั่งขายซื้อคืน และดันตลาดขึ้น ความตึงเครียดเห็นได้จาก VIX (ดัชนีความผันผวน: ตัวเลขที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยดูจากราคาออปชัน) ที่เคลื่อนไหวเหนือ 25 ต่อเนื่อง บ่งชี้ความกลัวและความผันผวนที่คาดว่าจะสูง ภาวะแบบนี้ทำให้การเดิมพันทิศทาง (Directional bets: ซื้อ/ขายเพื่อหวังกำไรจากขึ้นหรือลง) เสี่ยงขึ้น แต่เอื้อกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรง (Large price swings: ราคาขึ้นลงแรง) ผู้เทรดอนุพันธ์ (Derivative traders: ผู้เทรดเครื่องมือที่อิงสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรคำนึงว่าเบี้ยออปชัน (Options premiums: ราคา/ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) สูงขึ้น สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาด จากข้อมูลนี้ การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมคือใช้พุตออปชัน (Put options: สิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด ใช้ป้องกันพอร์ตเมื่อคาดว่าราคาจะลง) เพื่อคุ้มครองพอร์ต หรือเปิดสถานะขาลงแบบเก็งกำไรโดยกำหนดความเสี่ยงชัดเจน เช่น พุตเดบิตสเปรด (Put debit spreads: กลยุทธ์ออปชันแบบซื้อพุตและขายพุตอีกระดับราคา เพื่อจำกัดต้นทุนและจำกัดกำไร/ขาดทุน) อาจเป็นทางเลือกต้นทุนคุมได้เพื่อเดิมพันการลงไปหาแนวรับ 4850 ของ S&P 500 การชอร์ตที่แรง (Aggressive shorting: เปิดฝั่งขายมาก/เสี่ยงสูง) ควรตั้งจุดตัดขาดทุนใกล้ (Stop-losses: คำสั่งปิดสถานะเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด) เผื่อกรณีความเชื่อมั่นกลับทิศเร็วการบริหารความเสี่ยงและไอเดียการเทรด
Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets