Composite Pmi ส่งสัญญาณการเติบโตช้าลง
การที่ Composite PMI ลดลงมาอยู่ที่ 52.3 แม้ยังเป็นการเติบโต แต่สะท้อนว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ความชะลอนี้มักทำให้ตลาดไม่แน่ใจมากขึ้น จึงควรเตรียมรับความผันผวนของตลาดที่อาจเพิ่มขึ้น เราเห็นดัชนี VIX (ดัชนีวัดความกลัวของตลาดหรือความผันผวนที่คาดการณ์) อยู่แถว 15 แต่ในปี 2025 ช่วงที่ PMI ลดลงคล้ายกัน VIX เคยพุ่งไปใกล้ 20 เมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจที่ช้าลงทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) มีแรงกดดันน้อยลงที่จะคงท่าทีเข้มงวดเรื่องดอกเบี้ย (hawkish = มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อเข้ม) เมื่อดูตลาดสัญญาล่วงหน้าดอกเบี้ย Fed (fed funds futures = สัญญาที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต) โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยภายในไตรมาส 3 ปีนี้เพิ่มเป็นมากกว่า 60% จาก 45% เมื่อเดือนก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้บอกว่า การวางกลยุทธ์เผื่อ Fed ผ่อนคลายมากขึ้นอาจเหมาะในตลาดอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย (interest rate derivatives = สัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับดอกเบี้ย) สำหรับผู้ที่ถือหุ้นหรือจัดพอร์ตหุ้น การชะลอนี้ทำให้ควรพิจารณากลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ในไตรมาส 2 ปี 2025 เคยมี PMI ลดลงแบบนี้และตามมาด้วย S&P 500 ย่อลง 5% ทำให้การซื้อพุตออปชันระยะสั้น (put options = สิทธิในการขาย เพื่อคุ้มครองพอร์ตเมื่อราคาลง) บนดัชนีอย่าง SPX (สัญลักษณ์ดัชนี S&P 500) เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล แม้พุตที่ราคาไม่แพงมากก็ยังช่วยคุ้มครองได้ หากแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอยังต่อเนื่องการเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมในภาวะเศรษฐกิจเย็นลง
สภาพแวดล้อมนี้ควรเจาะดูเป็นรายกลุ่ม เพราะแต่ละส่วนของตลาดตอบสนองไม่เหมือนกัน สามารถใช้ออปชันบน ETF รายกลุ่ม (sector ETFs = กองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น และรวบรวมหุ้นตามกลุ่มอุตสาหกรรม) เพื่อให้น้ำหนักไปที่กลุ่มตั้งรับ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (consumer staples: XLP) และสาธารณูปโภค (utilities: XLU) มากกว่ากลุ่มที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ เช่น สินค้าฟุ่มเฟือย/จับจ่ายตามกำลังซื้อ (consumer discretionary: XLY) ข้อมูลย้อนหลังจากช่วงชะลอในปี 2025 ชี้ว่ากลุ่มตั้งรับเหล่านี้ให้ผลดีกว่าอย่างชัดเจนในไตรมาสถัดไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets