ผลกระทบต่อตลาดเงินตรา
สำหรับนักเทรดเงินตรา ข้อมูลนี้น่าจะเพิ่มแรงกดดันให้เงินเยนอ่อนค่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential: ช่องว่างของดอกเบี้ยระหว่างประเทศ) ที่กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจหลักอื่น ทำให้เงินเยนเหมาะสำหรับการเป็น “สกุลเงินต้นทุน” ในการทำแคร์รี่เทรด (carry trade: กู้เงินในสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์/สกุลเงินที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า) คู่เงิน USD/JPY (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อเยนญี่ปุ่น) ขยับขึ้นเกิน 158 แล้วในเดือนนี้ และตัวเลขนี้สนับสนุนโอกาสที่จะขึ้นต่อ สภาพแวดล้อมนี้หนุนหุ้นญี่ปุ่น โดยเฉพาะบริษัทส่งออกที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินที่อ่อนลง ดัชนี Nikkei 225 (ดัชนีหุ้นหลักของญี่ปุ่น) ซื้อขายใกล้ 41,000 ซึ่งเป็นระดับสูงมากในรอบหลายสิบปี จากกำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง เราจะมองหาการถือสถานะซื้อ (long positions: ทำกำไรเมื่อราคาขึ้น) ในสัญญาฟิวเจอร์ส Nikkei 225 (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หรือคอลออปชัน (call options: สิทธิ์ในการซื้อในราคาและเวลาที่กำหนด เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) เพื่อเกาะกระแสนี้ เมื่อการขึ้นดอกเบี้ยไม่น่าเกิดขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB yields: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น) มีแนวโน้มถูกตรึงไว้ ทำให้การถือสถานะซื้อในฟิวเจอร์ส JGB เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า นักเทรดอาจพิจารณาตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) ที่เดิมพันว่า “ความผันผวนของดอกเบี้ย” (interest rate volatility: ระดับการแกว่งของอัตราดอกเบี้ย) จะยังต่ำต่อไป ย้อนกลับไปปี 2025 เราเห็นหลายครั้งที่ตลาดคาดว่าจะมีการทำให้นโยบายกลับสู่ปกติ (policy normalization: การลดความผ่อนคลาย เช่น ขึ้นดอกเบี้ย/ลดการกระตุ้น) แต่สุดท้ายไม่เกิดขึ้น ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมกราคม 2026 ยืนยันรูปแบบเดิมของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ยังผ่อนคลายและรอไปก่อน ซึ่งชี้ว่ากระแสหลักของ “เยนอ่อน” และ “หุ้นแข็งแกร่ง” น่าจะไปต่อ
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets