This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ขณะที่ Nifty ร่วงลงสู่ระดับ 25,400 ท่ามกลางความตื่นตระหนก นักเทรดทฤษฎี Elliott Wave กลับรออย่างใจเย็นต่อการตั้งค่าฉากทัศน์ทางเลือกของพวกเขา

by VT Markets
/
Feb 19, 2026
ดัชนี Nifty 50 ลดลงจากบริเวณ 25,800 มาที่แถว 25,400 โดยราคาขยับเข้าหา 25,550 แล้วลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 25,388 การเคลื่อนไหวนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการร่วงมากกว่า 400 จุด วิดีโอนี้โฟกัสที่ “สถานการณ์ทางเลือก (Alternate Scenario)” โดยอิงการวิเคราะห์ Elliott Wave (ทฤษฎีคลื่นเอลเลียต: มองการขึ้นลงของราคาเป็นคลื่นเป็นช่วง ๆ เพื่อประเมินแนวโน้ม) และทบทวนว่าดัชนีเคลื่อนเข้าโซน 25,550 อย่างไร จากนั้นประเมินว่าแรงลงครั้งนี้เป็นจังหวะซื้อที่เป็นไปได้ หรือเป็นสัญญาณว่าตลาดอาจปรับฐานลึกกว่านี้ (การปรับฐาน: การย่อตัวลงจากจุดสูงล่าสุด) ยังมีการรีวิวเชิงเทคนิค (การวิเคราะห์เทคนิค: ใช้กราฟราคา/ปริมาณ/ตัวชี้วัดเพื่อหาทิศทาง) ของ Nifty, Bank Nifty, Indigo, Bitcoin, MCX Silver และ Comex Gold เนื้อหานำเสนอโดย Abhishek H. Singh นักวิเคราะห์การเงินที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีด้าน Elliott Wave Theory เราพึ่งเห็น Nifty ร่วงมากกว่า 400 จุด จากโซน 25,800 ลงมาที่ต่ำแถว 25,388 แม้จะทำให้หลายคนตื่นตระหนก แต่สำหรับเรา นี่คือ “สถานการณ์ทางเลือก” ที่คาดไว้ และพาดัชนีเข้ามาในโซนแนวรับสำคัญ (แนวรับ: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา) คำถามคือ นี่เป็นโอกาสซื้อที่คุ้มค่า หรือเป็นจุดเริ่มของการลงต่อที่ลึกกว่า สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (อนุพันธ์: สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) สัญญาณความกังวลที่ชัดคือ India VIX (ดัชนีความผันผวน: วัดความคาดหวังความแกว่งของตลาดจากราคาออปชัน) ที่พุ่งกว่า 25% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มาอยู่แถว 17.5 การเด้งจากระดับต่ำกว่า 14 ในเดือนมกราคม 2026 ทำให้ค่าเบี้ยออปชัน (option premium: ราคาที่จ่ายเพื่อซื้อสัญญาออปชัน) แพงขึ้นมาก ส่งผลให้การขายออปชัน (ขายสัญญาเพื่อรับค่าเบี้ย) มีกำไรมากขึ้น แต่เสี่ยงขึ้นหากความผันผวนเพิ่มต่อ ด้านกระแสเงินสถาบัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (net sellers: ขายมากกว่าซื้อ) ถอนเงินประมาณ 15,000 โคร (₹15,000 crore = ราว 150,000 ล้านบาทอินเดีย) จากหุ้นอินเดียใน 10 วันทำการล่าสุด แรงขายนี้เป็นตัวเร่งหลักของการร่วงรอบนี้ อย่างไรก็ดี สถาบันในประเทศรับซื้อไปมาก ทำให้ระดับ 25,400–25,500 ยังพอเป็นกันชนได้ ข้อมูลอนุพันธ์ชี้ว่า Put-Call Ratio ของ Nifty ลดลงมาอยู่ที่ 0.80 (Put-Call Ratio: สัดส่วนปริมาณ/ความสนใจของพุตเทียบคอล ใช้วัดอารมณ์ตลาด) สะท้อนว่ามุมมองลบอาจเริ่มมากเกินไป และระยะสั้นตลาดอาจ “ขายมากเกิน” (oversold: ราคาลงแรงจนมีโอกาสเด้ง) เราเห็นการเพิ่มขึ้นมากของ open interest ที่พุตสไตรค์ 25,500 (open interest: จำนวนสัญญาที่ยังเปิดค้างอยู่; strike: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) ซึ่งควรกลายเป็นแนวรับสำคัญสำหรับการหมดอายุรายสัปดาห์ (weekly expiry: วันสิ้นสุดสัญญาออปชัน/ฟิวเจอร์สรอบสัปดาห์) ด้านบน สไตรค์ 26,000 มีผู้เขียนคอล (call writers: ผู้ขายสัญญาคอล) หนาแน่นสุด ทำให้เป็นแนวต้านแข็ง (แนวต้าน: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้) ย้อนกลับไปปี 2025 เคยมีการย่อแรงราว 3% ในเดือนสิงหาคม ก่อนตลาดแกว่งสะสมพลัง (consolidate: แกว่งในกรอบ) และกลับขึ้นต่อช่วงปลายปี ในอดีต การปรับลงเร็วระหว่างตลาดขาขึ้น (bull market: ช่วงแนวโน้มหลักเป็นขาขึ้น) มักให้โอกาสซื้อ ความต่างตอนนี้คือความกังวลเรื่องเงินเฟ้อโลก โดยเฉพาะตัวเลขจากสหรัฐฯ ความอ่อนแรงไม่ได้เกิดเฉพาะ Nifty เพราะ Bank Nifty ก็หลุดแนวรับสำคัญ 56,000 ไปแล้ว และกดดัน Nifty มาก ในช่วงหุ้นผันผวน สินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง) อย่างทองและเงินกลับมาได้รับความสนใจ Comex Gold (ทองคำในตลาดฟิวเจอร์ส COMEX สหรัฐฯ) กำลังขยับกลับไปหา 2,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะเทรดเดอร์ทำการป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดความเสี่ยงจากความผันผวน) ท่ามกลางความไม่แน่นอน

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code