This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ยอดรวมกระแสเงินทุนสุทธิ TIC ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 44.9 พันล้านดอลลาร์ จาก 212 พันล้านดอลลาร์ก่อนหน้า ตามข้อมูลเดือนธันวาคม

by VT Markets
/
Feb 19, 2026
กระแสเงินทุนรวมสุทธิ (net) ของรายงาน Treasury International Capital (TIC) ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 44.9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม จาก 212 พันล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า ข้อมูลนี้ติดตามการซื้อและขายข้ามพรมแดนของ “หลักทรัพย์สหรัฐฯ ระยะยาว” (ตราสารการเงินอายุยาว เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ และหุ้น) และ “กระแสเงินผ่านระบบธนาคาร” (เงินที่ไหลเข้าออกผ่านธนาคาร เช่น เงินฝาก เงินกู้ และธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ) ตัวเลขเดือนธันวาคมชี้ว่า “ความต้องการสุทธิของต่างชาติ” ต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ ต่ำลงมากเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า รายงานครอบคลุมทั้ง “กระแสของเอกชน” (นักลงทุนและสถาบันทั่วไป) และ “กระแสของภาครัฐ” (หน่วยงานรัฐ/ธนาคารกลางต่างประเทศ) เรากำลังเห็นการร่วงลงหนักของกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าสหรัฐฯ เหลือเพียง 44.9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2025 จาก 212 พันล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า นี่เป็นสัญญาณว่าผู้ลงทุนทั่วโลกเริ่มระมัดระวังมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ปี 2026 แนวโน้มนี้ทำให้ต้องตั้งคำถามว่า “สินทรัพย์สหรัฐฯ” (เช่น ดอลลาร์ พันธบัตร หุ้น) ยังน่าดึงดูดต่อไปหรือไม่ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า การลดลงแรงของความต้องการสินทรัพย์สหรัฐฯ แบบนี้กดดันค่าเงินดอลลาร์ให้มีโอกาสอ่อนค่า “ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY)” (ดัชนีที่วัดความแข็ง/อ่อนของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลัก) ปีนี้เริ่มมีสัญญาณอ่อนแรง โดยไม่สามารถผ่านระดับ 104 ได้อย่างชัดเจนในช่วงปลายมกราคมและต้นกุมภาพันธ์ ควรพิจารณาซื้อ “ออปชันแบบพุท (put option)” (สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง) บน “กองทุนอีทีเอฟที่อ้างอิงค่าเงินดอลลาร์” (ETF คือกองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น และติดตามราคาสินทรัพย์/ดัชนี) เช่น UUP เพื่อหวังทำกำไรหากดอลลาร์ไหลลงไปใกล้ระดับแนวรับ 102 ที่เคยเห็นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว เมื่อชาวต่างชาติซื้อ “หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ” (พันธบัตรรัฐบาล/ตั๋วเงินคลัง) น้อยลง “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yield)” (ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร ซึ่งมักสูงขึ้นเมื่อราคาพันธบัตรลดลง) อาจต้องสูงขึ้นเพื่อดึงเงินทุนจากในประเทศ เราเห็น “ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี” (อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี) ขยับจาก 3.9% ขึ้นไปเกิน 4.1% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับความต้องการที่ลดลงนี้ การซื้อพุทออปชันบน “อีทีเอฟพันธบัตรระยะยาว” เช่น TLT เป็นการวางเดิมพันโดยตรงว่าแนวโน้มผลตอบแทนที่สูงขึ้นจะดำเนินต่อไป การไหลออกของเงินทุนลักษณะนี้บางครั้งมาก่อนช่วงที่ “ความผันผวนของตลาดหุ้น” (การแกว่งขึ้นลงแรงของราคา) เพิ่มสูง หากย้อนดูช่วง “วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย” ปี 2022 และ 2023 (ช่วงที่ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง) ช่วงที่เงินทุนต่างชาติไหลเข้าแผ่วลงมักเกิดพร้อมกับการปรับลงของ S&P 500 (ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ 500 บริษัทใหญ่) ทางเลือกที่รอบคอบคือซื้อ “ออปชันแบบคอล (call option)” (สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาเพิ่มขึ้น) บน “ดัชนี VIX” (ดัชนีที่ใช้วัดความกลัว/ความผันผวนที่คาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ) โดยเลือกวันหมดอายุเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2026 เพื่อเป็น “การป้องกันความเสี่ยง (hedge)” (ลดความเสียหายหากตลาดปรับฐานลง) จากโอกาสเกิดการปรับฐานของตลาด

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code