ผลกระทบต่อแนวโน้มนโยบายของ RBNZ
ข้อมูล PPI ฝั่งต้นทุนของไตรมาส 4 ปี 2025 ที่ลดลง -0.5% แทนที่จะเพิ่มขึ้น 0.5% ตามคาด เป็นสัญญาณว่าเงินเฟ้อกำลังอ่อนลง (deflationary: แรงกดดันด้านราคาลดลง) ชัดเจนมาก แปลว่าแรงกดดันด้านราคาในเศรษฐกิจนิวซีแลนด์เย็นลงเร็วกว่าที่คาด ทำให้ต้องทบทวนจังหวะการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ: ธนาคารกลางของนิวซีแลนด์) รายงานนี้ออกมาก่อนการประชุมนโยบายของ RBNZ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 และต่อเนื่องจากข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย) เดือนมกราคม 2026 ที่บอกว่าเงินเฟ้อรายปีชะลอลงเหลือ 3.8% เมื่อทั้งราคาฝั่งผู้บริโภคและฝั่งผู้ผลิตชะลอลงพร้อมกัน ก็ยิ่งหนุนให้ธนาคารกลางส่งสัญญาณ “ผ่อนคลายมากขึ้น” (dovish: ท่าทีที่เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจ) เราเห็นว่าตลาดอาจประเมินโอกาสที่ RBNZ จะส่งสัญญาณไปสู่การผ่อนคลายนโยบายการเงิน (monetary easing: ลดดอกเบี้ยหรือทำให้การเงินผ่อนคลาย) ในช่วงปลายปีนี้ต่ำเกินไป สำหรับเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ นี่เป็นปัจจัยลบชัดเจน (bearish: มีแนวโน้มกดให้ราคาลง) เพราะเมื่อคาดว่าดอกเบี้ยจะต่ำลง ค่าเงินมักอ่อนลง เราคาดว่าคู่เงิน NZD/USD (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์นิวซีแลนด์เทียบดอลลาร์สหรัฐ) จะถูกกดดันให้ลง อาจพิจารณาซื้อ “พุตออปชัน” (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาในสัญญา ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรขาลง) เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร หากราคาลงไปทดสอบ “แนวรับ” (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง) ที่เคยเห็นช่วงปลายปี 2025 ในตลาดอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลนี้สนับสนุนการวางตำแหน่งเพื่อให้ผลตอบแทนลดลง (yields: อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้) โดยเฉพาะช่วงระยะสั้นของ “เส้นอัตราผลตอบแทน” (yield curve: ความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนกับอายุคงเหลือ) เครื่องมือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาซื้อขายในอนาคต) ที่อิงอัตราบิลธนาคาร 90 วัน อาจมีแรงซื้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อาจมองหาโอกาสในสว็อปอัตราดอกเบี้ย (interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยระหว่างอัตราลอยตัวกับอัตราคงที่) โดย “จ่ายอัตราลอยตัว รับอัตราคงที่” (pay floating, receive fixed: จ่ายดอกเบี้ยตามอัตราตลาดและรับดอกเบี้ยอัตราคงที่) เพื่อเดิมพันว่า RBNZ จะลด “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (Official Cash Rate: อัตราดอกเบี้ยหลักที่ RBNZ ใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) เร็วกว่าที่ตลาดคาดไว้ในตอนนี้ การคลาดเคลื่อนจากคาดการณ์มาก จะทำให้ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาหรือเบี้ยประกันของออปชัน) ของสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับ NZD สูงขึ้น จึงทำให้กลยุทธ์ใช้ออปชัน เช่น “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อคอลและพุตพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อได้ประโยชน์จากการเหวี่ยงแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) น่าสนใจขึ้นสำหรับผู้ที่คาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวแรงหลังการประชุม RBNZ แต่ยังไม่มั่นใจทิศทางการตั้งค่ากลยุทธ์ความผันผวนและออปชัน
เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันในปี 2023 เมื่อข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมาเหนือความคาดหมายทำให้ตลาดปรับมุมมองต่อนโยบายของ RBNZ อย่างรวดเร็ว และทำให้ความผันผวนของค่าเงินพุ่งขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets