ด้วยความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดที่ลดลงและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ ราคาเงินซื้อขายใกล้ 76.50 ดอลลาร์ ลดลง 0.70%

by VT Markets
/
Feb 17, 2026
เงิน (XAG/USD) ซื้อขายใกล้ 76.50 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน ลดลง 0.70% ในวันนั้น เริ่มสัปดาห์อ่อนตัว เพราะราคาไม่ได้ปรับขึ้นต่อจากการดีดตัวก่อนหน้า มีแรงขายทำกำไร หลังนักลงทุนประเมินนโยบายการเงินของสหรัฐใหม่จากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด เงินเฟ้อสหรัฐชะลอลงในเดือนมกราคม ตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ดัชนีที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคา “ตะกร้าสินค้าและบริการ” ของผู้บริโภค) CPI หลักเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน จากเดิม 0.3% ส่วนอัตรารายปีลดลงเหลือ 2.4% จาก 2.7% ตลาดยังจับตาความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: หน่วยงานที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ) โดยเฟดยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ และเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือที่ประเมิน “ความน่าจะเป็น” ของการปรับดอกเบี้ยจากราคาฟิวเจอร์ส) ชี้ว่าตลาดคาดว่าจะ “ไม่เปลี่ยนแปลง” ในการประชุมเดือนมีนาคมและเมษายน ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วง 3.50%–3.75% ดอลลาร์สหรัฐที่ฟื้นตัวเล็กน้อยกดดันโลหะที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ (เช่น เงินและทอง) เพราะทำให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศมีต้นทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของดอลลาร์อาจจำกัด เพราะตลาดคาดว่าอาจมีการผ่อนคลายนโยบายในช่วงปลายปี ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นจุดสนใจ โดยมีความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน รายงานระบุว่ากองทัพสหรัฐกำลังเตรียมพร้อมต่อความเป็นไปได้ของปฏิบัติการที่ยืดเยื้อกับอิหร่าน หากสถานการณ์ยกระดับ ย้อนกลับไปช่วงเดียวกันในปี 2025 มีบรรยากาศระมัดระวังต่อราคาเงิน ขณะเคลื่อนไหวแถว 76.50 ดอลลาร์ ตลาดให้ความสำคัญกับการที่เฟดลังเลจะลดดอกเบี้ย แม้เงินเฟ้อจะชะลอลงถึง 2.4% ภาวะนี้บอกว่าเทรดเดอร์ควรระวังการถือฝั่งซื้อ (Long: คาดว่าราคาจะขึ้น) และอาจเน้นกลยุทธ์ที่ทำกำไรได้เมื่อราคาแกว่งในกรอบหรือลง มุมมองระมัดระวังนั้นถูกต้อง เพราะท้ายที่สุดเฟดคงดอกเบี้ยไปตลอดช่วงฤดูร้อนปี 2025 โดยให้เหตุผลว่าตลาดแรงงานยังแข็งแรง มีการจ้างงานเพิ่มมากกว่า 220,000 ตำแหน่งต่อเดือนอย่างต่อเนื่องจนถึงไตรมาสสอง เส้นทางนโยบายนี้ทำให้ “ผลตอบแทนที่แท้จริง” (Real yields: ผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อ) อยู่สูง และดอลลาร์แข็ง จึงจำกัดการขึ้นแรงของราคาเงินอยู่หลายเดือน สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (Derivative: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ช่วงนี้เหมาะกับการ “ขายคอลออปชัน” (Call option: สิทธิซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น; การขายคือรับพรีเมียมแลกกับความเสี่ยง) ตอนราคาดีด หรือทำ “สเปรดพุทขาลง” (Bearish put spread: ซื้อพุทแล้วขายพุทอีกตัวในราคาต่างกัน เพื่อคุมความเสี่ยงและหวังได้กำไรเมื่อราคาลง) อย่างไรก็ตาม ภาพได้เปลี่ยนไปมากเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 1 ปี 2026 ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่เห็นต้นปี 2025 ลดลง โดยรายงานล่าสุดชี้ว่า GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 (GDP: มูลค่าผลผลิตรวมในประเทศ ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจ) โตชะลอเหลือเพียง 1.3% เครื่องมือ CME FedWatch ตอนนี้บ่งชี้ความน่าจะเป็นมากกว่า 85% ที่จะลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งต่างจากการ “คงดอกเบี้ยแบบเข้ม” (Hawkish hold: คงดอกเบี้ยโดยยังเน้นคุมเงินเฟ้อ) ที่เห็นเมื่อปีก่อน นอกจากนี้ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่กล่าวถึงในปี 2025 ยังไม่หายไป ทำให้มีแรงซื้อรองรับสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อเสี่ยงสูง) อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรมเร่งขึ้น โดยรายงานอุตสาหกรรมล่าสุดระบุว่าความต้องการใช้เงินในแผงโซลาร์ (Photovoltaic: เทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์) โตประมาณ 15% ในปี 2025 ปัจจัยพื้นฐานนี้รวมกับเฟดที่ผ่อนคลายมากขึ้น (Dovish: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบาย) ชี้ว่าเทรดเดอร์อาจพิจารณากลยุทธ์ฝั่งบวก เช่น “ซื้้อคอลออปชัน” หรือ “บูลคอลสเปรด” (Bull call spread: ซื้อคอลและขายคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและคุมความเสี่ยง) เพื่อหวังประโยชน์จากโอกาสที่ราคาจะขึ้น

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code