This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

นักเศรษฐศาสตร์ของยูโอบีระบุว่า การเติบโตของมาเลเซียในปี 2025 อยู่ที่ 5.2% หลัง GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบรายปี

by VT Markets
/
Feb 14, 2026
จีดีพี (GDP: มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือมูลค่ารวมของสินค้าและบริการที่ผลิตได้ในประเทศ) ของมาเลเซียเติบโต 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 4/25 เร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4/22 การเติบโตทั้งปี 2025 อยู่ที่ 5.2% โดยคาดว่า “จีดีพีจริง” (real GDP: จีดีพีที่ปรับผลของเงินเฟ้อแล้ว เพื่อดูการเติบโตทางเศรษฐกิจจริง) จะอยู่ที่ 4.5% ในปี 2026 ขณะที่กระทรวงการคลังประเมินปี 2025 ไว้ที่ 4.0%–4.5% คาดว่า “อุปสงค์ในประเทศ” (domestic demand: การใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศ) จะช่วยพยุงการเติบโตในปี 2026 ร่วมกับมาตรการภาครัฐและโครงการตามแผนแม่บทระดับชาติ ปัจจัยหนุนอื่น ๆ ได้แก่ การเดินหน้าโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติ การท่องเที่ยวที่แข็งแรงขึ้นจากโครงการ Visit Malaysia Year 2026 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI (ปัญญาประดิษฐ์: เทคโนโลยีที่ทำให้คอมพิวเตอร์ “เรียนรู้/วิเคราะห์/ตัดสินใจ” ได้) ดุลบัญชีเดินสะพัด (current account surplus: เงินไหลเข้า-ออกจากการค้าสินค้า บริการ รายได้ และเงินโอน ระหว่างประเทศ หากเป็น “เกินดุล” แปลว่าเงินเข้าเกินเงินออก) ของมาเลเซียเพิ่มเป็น 31.8 พันล้านริงกิต หรือ 1.6% ของ GDP ในปี 2025 จาก 27.7 พันล้านริงกิต หรือ 1.4% ในปี 2024 คาดว่าเกินดุลจะอยู่ที่ 38.0 พันล้านริงกิต หรือ 1.8% ของ GDP ในปี 2026 เทียบกับตัวเลขประเมินของกระทรวงการคลังที่ 23.2 พันล้านริงกิต หรือ 1.1% ปัจจัยภายนอกได้แก่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมา และการประกาศภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ช่วงกลางเดือนมกราคม มาตรการรวมถึงภาษี 25% ที่เกี่ยวกับประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน (12 ม.ค.) และการเรียกเก็บ 25% กับชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงบางประเภท (14 ม.ค.) การ “พัก” การยกระดับภาษีระหว่างสหรัฐฯ–จีนเป็นเวลา 1 ปีจะมีผลจนถึง พ.ย. 2026 กระบวนการในศาลสูงสุดของสหรัฐฯ (US Supreme Court: ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกา) ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ก็ถูกเลื่อนออกไปด้วย ภาพรวมตลาดมาเลเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ายังมีทั้งบวกและลบ จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแรงในปีที่ผ่านมา แม้ตัวเลขการเติบโตของ GDP จะชะลอมาอยู่ที่ 4.5% ในปีนี้จาก 5.2% ในปี 2025 แต่อุปสงค์ในประเทศที่แข็งแรงช่วยรองรับได้มาก ซึ่งอาจทำให้ดัชนี FBMKLCI (ดัชนีหุ้นหลักของตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย ใช้เป็นตัวแทนภาพรวมตลาด) เคลื่อนไหวต่างจากกลุ่มธุรกิจที่พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ ความเสี่ยงหลักมาจากภายนอก จากภาษีใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อชิปขั้นสูง และต่อประเทศที่ค้าขายกับอิหร่านที่ประกาศเมื่อเดือนที่แล้ว ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ดัชนีเทคโนโลยีของ Bursa Malaysia (ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย) อ่อนแอ ดิ่ง 3% ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพราะนักลงทุนประเมินความเสี่ยงใหม่ เรามองว่าการซื้อสัญญา “พุตออปชัน” (protective put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายสินทรัพย์ที่ราคาในสัญญา ใช้จำกัดขาดทุนเมื่อราคาลดลง) บน FBMKLCI หรือบน ETF สายเทคโนโลยี (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น มักอิงดัชนี) เป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่อาจกระทบเพิ่ม ด้านในประเทศยังแข็งแรง จากการใช้จ่ายภาครัฐและการจับจ่ายของผู้บริโภค โดยยอดค้าปลีกเดือน ม.ค. 2026 เพิ่มขึ้น 5.8% สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivative: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น ดัชนี ค่าเงิน) อาจพิจารณา “ขายพุตออปชัน” (selling put options: รับค่าเบี้ยประกันแลกกับความเสี่ยงต้องซื้อสินทรัพย์ หากราคาต่ำกว่าราคาในสัญญา) ของธนาคารหรือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่พื้นฐานแข็งแรง เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium: ค่าเบี้ยที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) โดยคาดหวังความมั่นคงของหุ้นเหล่านี้ วิธีนี้อาศัยฐานเศรษฐกิจในประเทศที่ทนต่อแรงกระแทกจากการค้าระหว่างประเทศได้มากกว่า สำหรับค่าเงินริงกิต ภาพค่อนข้างซับซ้อน เพราะคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มเป็น 1.8% ของ GDP ซึ่งช่วยหนุนค่าเงินได้ อย่างไรก็ดี ภาวะเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลกกดดันค่าเงินได้เช่นกัน สะท้อนจากดัชนี VIX (ตัวชี้ความผันผวนที่คำนวณจากออปชันของดัชนี S&P 500 มักใช้วัดความกลัวในตลาด) ที่พุ่งเหนือ 20 เมื่อเดือนที่แล้ว คู่เงิน USD/MYR (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อริงกิตมาเลเซีย) ผันผวนแต่ยังแกว่งในกรอบแถว 4.70 ตั้งแต่มกราคม ทำให้กลยุทธ์ออปชันแบบ “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรจากการเคลื่อนไหวแรง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง) อาจเหมาะกับผู้ที่คาดว่าจะหลุดกรอบแต่ไม่มั่นใจทิศทาง โครงการ Visit Malaysia Year 2026 เป็นแรงหนุนชัดเจน โดยหุ้นท่องเที่ยวเริ่มปรับขึ้นช่วงต้นกุมภาพันธ์ เรามองว่าการซื้อ “คอลออปชัน” (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์ที่ราคาในสัญญา ใช้เก็งว่าราคาจะขึ้น) ของสายการบินและผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่ เป็นวิธีเล่นธีมจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างตรงจุด และช่วยถ่วงดุลกับการป้องกันความเสี่ยงที่วางไว้กับกลุ่มส่งออกที่เปราะบางกว่า

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code