โฟกัสตลาดก่อนประกาศ CPI
ตลาดรอข้อมูล “ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ” เดือนมกราคม (CPI: ตัวเลขเงินเฟ้อที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่คนทั่วไปซื้อ) ผลประกาศอาจกระทบการคาดการณ์ “จังหวะการลดดอกเบี้ย” ครั้งถัดไปของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ) ราคาเงินเคลื่อนไหวสะสมกำลังอยู่กลางกรอบของเดือนกุมภาพันธ์ และยังต่ำกว่า “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา” 50 ช่วงที่กำลังลดลง (50-period SMA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 50 แท่ง/ช่วงเวลา ใช้ดูแนวโน้ม) โดย 50 SMA อยู่ใกล้ 81.00 ดอลลาร์ ขณะที่ “MACD” (ตัวชี้วัดโมเมนตัมจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ใช้ดูแรงซื้อแรงขาย) ยังต่ำกว่าเส้นศูนย์ และ “RSI” (ดัชนีวัดความแข็งแรงของแรงซื้อแรงขาย) อยู่แถว 40 แนวต้านอยู่ใกล้ 79.00 ดอลลาร์ ระดับถัดไปที่ 81.00 ดอลลาร์ และราว 86.30 ดอลลาร์ แนวรับอยู่ใกล้ 74.00 ดอลลาร์ และใกล้จุดต่ำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ แถว 64.00 ดอลลาร์ ส่วนการวิเคราะห์ทางเทคนิคจัดทำโดยใช้ความช่วยเหลือจากเครื่องมือ AIสถานะออปชันและความผันผวน
เมื่อราคาเงินติดอยู่ระหว่าง 74 ถึง 79 ดอลลาร์ ตลาดเหมือนกำลังรอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐที่จะประกาศ “ความลังเล” นี้สะท้อนว่านักเทรดยังไม่อยากวางเดิมพันใหญ่จนกว่าแนวทางของ Fed จะชัดขึ้น พฤติกรรมราคาตอนนี้คือการดึงกันระหว่างภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ช่วยหนุนโลหะ กับดอลลาร์ที่แข็งค่าซึ่งกดเพดานราคา เราจับตาประกาศ CPI เดือนมกราคมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังตัวเลขเดือนธันวาคม 2025 ออกมาที่ 3.4% และยังลดลงยาก หากข้อมูลใหม่ออกมาสูงกว่าที่คาด อาจทำให้การลดดอกเบี้ยถูกเลื่อนออกไป ดอลลาร์แข็งขึ้น และกดราคาเงินลงไปหาแนวรับ 64 ดอลลาร์ กลยุทธ์ “ซื้อพุต” (put option: สัญญาออปชันที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด) ที่ราคาใช้สิทธิใกล้ 74 ดอลลาร์ อาจเป็นทางเลือกเพื่อรับมือกรณีนั้น ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า และอาจเป็นแรงผลักให้ทะลุแนวต้าน 79 ดอลลาร์ เพื่อทดสอบ “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่” 50 ช่วงที่ 81 ดอลลาร์ ในกรณีนี้ “คอลออปชัน” (call option: สัญญาออปชันที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) จะได้ประโยชน์จากการขึ้นของราคา สำหรับผู้ที่คาดว่าราคายังแกว่งในกรอบ การ “ขายสแตรงเกิล” (short strangle: ขายคอลและพุตพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธินอกกรอบ เพื่อเก็บค่าเบี้ยประกัน/พรีเมียม) นอกช่วง 74–81 ดอลลาร์ อาจช่วยเก็บ “พรีเมียม” (premium: ค่าออปชันที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขาย) จากความลังเลของตลาด ต้องพิจารณาฝั่ง “ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรม” ด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่ช่วยมุมมองขาขึ้น ข้อมูล “ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต” (PMI: แบบสำรวจสะท้อนการขยายตัวหรือหดตัวของภาคการผลิต) ทั่วโลกเดือนมกราคม 2026 แสดงการหดตัวเล็กน้อย บ่งชี้ว่าการใช้เงินในอุตสาหกรรมอาจยังซบในระยะใกล้ ปัจจัยนี้ยิ่งตอกย้ำแนวต้านที่เห็นแถว 79 ดอลลาร์ ช่วงการสะสมกำลังนี้ทำให้นึกถึงการแกว่งตัวแรงและไม่เป็นทิศทางที่เกิดขึ้นตลอดปี 2025 ก่อนที่ Fed จะทำให้นโยบายชัดเจน ประวัติศาสตร์บอกว่าช่วงเงียบก่อนตัวเลขสำคัญอาจตามมาด้วยการเคลื่อนไหวรุนแรง ทำให้กลยุทธ์ออปชันแบบ “จำกัดความเสี่ยง” (defined-risk: รู้ขาดทุนสูงสุดล่วงหน้า) น่าสนใจกว่าการถือ “ฟิวเจอร์ส” ตรง ๆ (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผูกพันต้องซื้อ/ขายในอนาคต) หัวใจสำคัญคือเตรียมรับความผันผวนที่จะกลับมาเมื่อประกาศเงินเฟ้อออกสู่สาธารณะ
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets