ความสนใจของตลาดย้ายไปที่ “เส้นทาง” การลดดอกเบี้ย
ความไม่แน่นอนย้ายจาก “จะตัดสินใจครั้งหน้าทำอะไร” ไปเป็น “ตลอดรอบนี้จะลดดอกเบี้ยอย่างไร” อัตราดอกเบี้ยปลายทาง (terminal rate คือระดับดอกเบี้ยสุดท้ายของรอบก่อนจะหยุดเปลี่ยน) ทรงตัวแถว 3.1% ตั้งแต่กลางปี 2025 หลังเริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกในปี 2024 ช่วงที่เฟดคงดอกเบี้ยมักทำให้ตลาด “ตัด” ความคาดหวังว่าจะลดในการประชุมถัดไป มากกว่าจะเลื่อนออกไป การประเมินสำหรับการประชุมที่ไกลออกไปกลับไม่นิ่ง การที่เฟดใช้การส่งสัญญาณล่วงหน้า (forward guidance คือการสื่อสารล่วงหน้าว่ามีแนวโน้มจะทำอะไรกับนโยบาย) แบบจำกัด ทำให้ยิ่งทำให้ “คงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณผ่อนคลาย” (dovish hold คือคงดอกเบี้ยแต่สื่อว่าอาจลดในอนาคต) ทำได้ยาก หลังประกาศผล การประชุมที่ตลาดให้โอกาสลดดอกเบี้ยสูง มักเห็นการปรับความคาดหวังครั้งใหญ่กว่า เฟดส่งสัญญาณว่าจะคงดอกเบี้ยนานขึ้น ทำให้ความไม่แน่นอนของตลาดย้ายไปที่ “เมื่อไรจะเริ่มลดจริง” หลายเดือนที่ผ่านมาเราเห็น terminal rate ยึดอยู่ราว 3.1% ตั้งแต่กลางปี 2025 ความนิ่งนี้บอกว่าเฟดไม่ได้รีบเปลี่ยนนโยบายผลต่อการเทรดสำหรับการประเมินเดือนเมษายน 2026
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสนับสนุนท่าทีระมัดระวังนี้ และทำให้การลดดอกเบี้ยในระยะใกล้มีโอกาสน้อยลง รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls คือจำนวนงานใหม่ในสหรัฐนอกภาคเกษตร) เดือนมกราคม 2026 เพิ่มงาน 225,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 3.6% อีกทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI คือดัชนีวัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ล่าสุดของเดือนมกราคมชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation คือเงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารและพลังงานออก) ยังลดลงยาก อยู่ที่ 2.9% สูงกว่าเป้าหมายของเฟด ตอนนี้ตลาดประเมินว่าจะลดเล็กน้อย 2bp สำหรับเดือนมีนาคม และ 5bp สำหรับเดือนเมษายน เมื่อดูตลาดแรงงานที่แข็งแรงและเงินเฟ้อที่ยังสูง ความคาดหวังนี้ดูมองโลกสวยเกินไป จึงอาจเป็นโอกาส “สวนทาง” หรือเดิมพันว่าความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในเดือนเมษายนจะไม่เพิ่มขึ้นอีก (“fade” ในภาษาตลาดคือการเล่นสวนกับทิศทาง/ความเชื่อของตลาด ณ ตอนนั้น) เราเคยเห็นรูปแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เริ่มลดดอกเบี้ยในปี 2024 ตลอดปี 2025 ทุกครั้งที่เฟดคงดอกเบี้ย มักสื่อสารเชิงผ่อนคลายได้ไม่ชัด ทำให้ตลาดต้องปรับความคาดหวังใหม่ ตลาดมักคาดการลดดอกเบี้ยล่วงหน้าเกินกว่าที่ข้อมูลเศรษฐกิจรองรับ กลยุทธ์ที่นำไปใช้ได้ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า คือวางสถานะว่าอัตราดอกเบี้ยจะ “สูงนานกว่า” ที่ตลาดคิด ซึ่งอาจทำผ่านการขายสัญญาอนุพันธ์ เช่น สัญญาล่วงหน้า SOFR หรือ Fed Funds ที่ผูกกับการประชุมเดือนเมษายน 2026 (อนุพันธ์คือสัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากอย่างอื่น เช่น อัตราดอกเบี้ย; SOFR คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงการกู้ยืมข้ามคืนที่มีหลักประกัน; Fed Funds คืออัตราดอกเบี้ยกองทุนเฟดที่เกี่ยวกับการกู้ยืมข้ามคืนระหว่างธนาคาร) การเทรดนี้ได้ประโยชน์หากตลาดปรับมุมมองใหม่ให้คาดว่าการลดดอกเบี้ยจะน้อยลง หรืออาจไม่มีเลยภายในเวลานั้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets