ลอยด์ ชานกล่าวว่าเงินดอลลาร์ทรงตัวหลังตัวเลขการจ้างงานแข็งแกร่ง ขณะที่ CPI ชี้นำความคาดหวังการปรับประมาณการอัตราดอกเบี้ยใหม่

by VT Markets
/
Feb 13, 2026
ดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่า หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (Nonfarm Payrolls: จำนวนตำแหน่งงานใหม่ในเศรษฐกิจที่ไม่รวมภาคเกษตร) ออกมาดีกว่าที่คาด แต่แรงขึ้นไม่ต่อเนื่อง ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐยังจะขยับตาม “แนวโน้มเข้มงวด” ได้อีกแค่ไหน (Hawkish: แนวทางที่ให้ความสำคัญกับการขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อให้เข้มขึ้น) ความสนใจย้ายไปที่การประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย) ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวขับเคลื่อนรอบถัดไปของอัตราดอกเบี้ยและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX: ตลาดซื้อขายเงินตรา) นักกลยุทธ์สหรัฐของ MUFG คาดว่า “Core CPI” เดือนมกราคม (เงินเฟ้อพื้นฐาน: CPI ที่ตัดหมวดอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) จะอยู่ที่ 0.25% เทียบเดือนก่อน และ 2.6% เทียบปีก่อน ขณะที่ค่ากลางจาก Bloomberg คาด 2.5% เทียบปีก่อนทั้ง CPI ทั่วไป (Headline: รวมทุกหมวด) และ Core CPI

โฟกัสดอลลาร์หันไปที่ CPI

ถ้า CPI สูงกว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้ตลาดปรับคาดการณ์เส้นทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) ไปทางเข้มงวดมากขึ้น และหนุนดอลลาร์ แต่ถ้า CPI ใกล้เคียงที่คาดหรืออ่อนกว่า ตลาดอาจยังคงคาดว่าจะมีการ “ลดดอกเบี้ย” ของเฟดราว 2 ครั้งในปีนี้ ทำให้ดอลลาร์ขึ้นได้จำกัด เรากำลังอยู่ในสถานการณ์คุ้นเคย คล้ายช่วงเดียวกันของปี 2025 ที่ดอลลาร์แข็งแต่ยังไม่มีทิศทางชัดเจน ตอนนี้ทุกสายตาจับไปที่ CPI เดือนมกราคมเพื่อเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ รายงานนี้จะมีผลต่อการประเมินก้าวถัดไปของเฟด หลังหยุดรอบการลดดอกเบี้ย เช่นเดียวกับรายงานตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งที่เราเคยวิเคราะห์เมื่อต้นปี 2025 การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคมที่ 195,000 ตำแหน่ง ช่วยหนุนดอลลาร์แต่ยังไม่ทำให้พุ่งแรง เพราะเงินเฟ้อพื้นฐานยังลดลงยาก โดยตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญคือ PCE (Personal Consumption Expenditures: ดัชนีราคาจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล) เฉลี่ย 2.8% ในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน ดังนั้นตลาดจึงยังไม่มั่นใจว่าเฟดจะเข้มงวดขึ้นได้มากอีกแค่ไหน

ตลาดออปชันเตรียมรับมือ CPI

สำหรับผู้ซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (Derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) ภาพนี้ทำให้ตลาดให้ความสำคัญกับ “ความผันผวน” (Volatility: ระดับการแกว่งของราคา) ก่อนประกาศ CPI ถ้า Core CPI สูงกว่า 0.3% เทียบเดือนก่อน อาจทำให้เกิดการปรับคาดการณ์ราคาใหม่อย่างรวดเร็ว (Repricing: ตลาดปรับราคาใหม่ตามข้อมูล) จนการถือ “คอลออปชันดอลลาร์” (Call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาที่กำหนด) หรือถือสถานะขาย (Short: ได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง) ใน “พุตของ EUR/USD” (Put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์; EUR/USD คือคู่เงินยูโรเทียบดอลลาร์) ดูน่าสนใจ และจะไปกดดันความน่าจะเป็น 50% ของการลดดอกเบี้ยเดือนมิถุนายนที่ตลาดสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว ในทางกลับกัน ถ้า CPI ออกมาตรงคาดหรืออ่อนกว่า จะยืนยันมุมมองปัจจุบันว่าขณะนี้เฟดน่าจะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายช่วงกลางปี (Easing: การลดดอกเบี้ย/ทำให้นโยบายการเงินตึงน้อยลง) ในกรณีนี้ “ความผันผวนโดยนัย” ในออปชันค่าเงิน (Implied volatility: ความผันผวนที่ตีจากราคาของออปชัน) มีแนวโน้มลดลง ทำให้ผู้ขายออปชันได้เปรียบ โดยเฉพาะกลยุทธ์อย่าง “สแตรงเกิล” (Strangle: ขายหรือซื้อคอลและพุตคนละราคา เพื่อเล่นความผันผวน) ดอลลาร์ยังขึ้นต่อได้จำกัด เพราะเรื่องเล่าตลาดจะกลับไปเน้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากขึ้น

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code