Fed Expectations And Rates Outlook
ตลาดคาดว่าเฟด (Federal Reserve = ธนาคารกลางสหรัฐ) จะคงดอกเบี้ยให้อยู่สูงนานขึ้น หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง ซึ่งมักกดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย (non-yielding assets = สินทรัพย์ที่ถือแล้วไม่ได้ดอกเบี้ย เช่น เงิน) การคาดการณ์ในตลาดบ่งชี้โอกาสราว 92% ที่จะ “ไม่เปลี่ยนแปลง” ในการประชุมครั้งถัดไป ขณะที่โอกาสลดดอกเบี้ยภายในเดือนมิถุนายนอยู่ใกล้ 50% อ้างอิงจากเครื่องมือ CME FedWatch (CME FedWatch tool = เครื่องมือที่ใช้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสะท้อนความน่าจะเป็นการขึ้น/ลงดอกเบี้ยของเฟด) สถาบัน Silver Institute (องค์กร/สมาคมข้อมูลอุตสาหกรรมเงิน) ระบุเมื่อวันอังคารว่า อุปสงค์เงินทั่วโลกคาดว่าจะทรงตัวในปี 2026 โดยคาดว่าการเพิ่มขึ้นของการลงทุนรายย่อยจะชดเชยการลดลงของความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม เครื่องประดับ และเครื่องเงินได้เกือบทั้งหมด นักเทรดจับตารายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI = ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ซึ่งจะประกาศวันศุกร์นี้เพื่อหาทิศทาง CPI ทั้ง “ทั่วไป” (headline = รวมทุกหมวด) และ “พื้นฐาน” (core = ตัดราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) คาดอยู่ที่ 2.5% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมกราคม ขณะนี้ราคาเงินพยายามทรงตัวแถว 76.60 ดอลลาร์ หลังร่วงฉับพลัน 11% ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการขายอัตโนมัติที่สอดคล้องกับบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในหุ้นเทค ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX = ตัวชี้วัดความกลัว/ความผันผวนของตลาด) พุ่งเหนือ 22 เมื่อวาน ยืนยันว่าเป็นแรงตื่นตระหนกของตลาดโดยรวม ไม่ใช่เฉพาะเงินเท่านั้น ความผันผวนที่คาดการณ์ (implied volatility = ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) ที่สูงขึ้นทำให้ค่าออปชันแพงขึ้น และยังชี้ว่าตลาดคาดการแกว่งของราคาที่มากCpi Scenarios And Trading Positioning
ตอนนี้ตลาดโฟกัสไปที่รายงาน CPI สหรัฐที่จะออกวันนี้ หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาด 2.5% จะยิ่งหนุนมุมมองว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มกดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยอย่างเงินให้ลงต่อ สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives = สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) สภาพแวดล้อมนี้สะท้อนว่าการซื้อ “พุตออปชัน” (put option = สิทธิในการขายที่ราคา/เวลาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลง) เพื่อป้องกันการร่วงต่ออาจเหมาะ โดยเฉพาะก่อนประกาศ CPI การเคลื่อนไหว 11% ล่าสุดแสดงว่าราคาสามารถลงเร็วมาก การมีเครื่องมือกันขาดทุนฝั่งลงจึงสำคัญ อีกด้านหนึ่ง หากคาดว่าเงินเฟ้อออกมา “ผ่อนคลาย” (dovish inflation surprise = เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ทำให้มีโอกาสลดดอกเบี้ยมากขึ้น) “คอลออปชัน” ระยะสั้น (call option = สิทธิในการซื้อที่ราคา/เวลาที่กำหนด) อาจเป็นทางเลือกที่ใช้เงินน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมากเมื่อราคาเด้ง ความรุนแรงของราคาแบบนี้คล้ายเหตุ “แฟลชคราช” (flash crash = ราคาดิ่งแรงในเวลาอันสั้นแล้วอาจเด้งกลับ) ที่เคยเกิดในเดือนสิงหาคม 2021 สะท้อนว่า “สภาพคล่อง” (liquidity = ความง่ายในการซื้อขายโดยราคาไม่กระโดด) เปราะบางได้ ดังนั้นการทำกลยุทธ์ “ลองสแตรดเดิล” หรือ “สแตรงเกิล” (long straddle/strangle = ซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลง เพื่อหวังได้กำไรจากการแกว่งแรง ไม่ต้องทายทิศ) อาจเหมาะในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์นี้เน้นทำกำไรจากการเคลื่อนไหวใหญ่ไม่ว่าขึ้นหรือลง โดยอาศัยความผันผวนสูงโดยไม่ต้องคาดเดาการตัดสินใจของเฟด แม้มองข้ามข่าวเศรษฐกิจระยะสั้น ภาพอุปสงค์พื้นฐานยังช่วยพยุงราคาได้บ้าง แม้ Silver Institute ระบุว่าความต้องการเครื่องประดับอ่อนตัว แต่ความต้องการภาคอุตสาหกรรมจากการผลิตโซลาร์และรถยนต์ไฟฟ้ายังแข็งแกร่ง โดยใช้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ 215 ล้านออนซ์ในปี 2025 (ออนซ์ = หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า) การใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแรงนี้อาจช่วยสร้าง “ระดับรองรับ” (price floor = ระดับที่ราคามักไม่หลุดลงง่าย) เมื่อแรงขายเก็งกำไรลดลง สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง (ไลฟ์) และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets