ดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรช่วยลดแรงกดดัน
หลังข้อมูลออกมา เงินดอลลาร์สหรัฐและ “ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้จากการถือพันธบัตร)” ไม่ได้ปรับขึ้นต่อ จึงช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำ “ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีวัดค่าดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก)” ซื้อขายใกล้ 96.80 ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี้ เจฟฟรีย์ ชมิด กล่าวว่าการลดดอกเบี้ยอาจทำให้เงินเฟ้อสูงอยู่นานขึ้น โดยเงินเฟ้ออยู่ใกล้ 3% ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ เบธ แฮมแมค กล่าวว่าดอกเบี้ยนโยบายอยู่ “ใกล้ระดับเป็นกลาง (neutral: ระดับดอกเบี้ยที่ไม่เร่งและไม่ฉุดเศรษฐกิจ)” และสนับสนุนการคงดอกเบี้ย ตลาดยังให้น้ำหนักการผ่อนคลายนโยบายรวมเกือบ 50 เบซิสพอยต์ในปีนี้ (basis points: หน่วย 0.01% เช่น 50 เบซิสพอยต์ = 0.50%) โดยคาดว่าการลดครั้งแรกน่าจะเกิดช่วงมิถุนายน–กรกฎาคม ตามเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือที่คำนวณความน่าจะเป็นการขึ้น/ลงดอกเบี้ยจากราคาตลาดฟิวเจอร์ส) โดยโฟกัสถัดไปคือดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่สะท้อนราคาสินค้า/บริการที่คนซื้อ) ในวันศุกร์ ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านยังสูง โดยมีรายงานแผนส่ง “กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี (aircraft-carrier strike group: ชุดเรือรบที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นแกนกลาง)” กลุ่มที่สองไปตะวันออกกลาง ตัวชี้วัดทางเทคนิค (technical indicators: เครื่องมือจากกราฟราคาเพื่อประเมินแนวโน้ม) ชี้ว่าโมเมนตัมอ่อนลง โดย RSI (Relative Strength Index: ดัชนีแรงซื้อแรงขาย) ใกล้ 55, ADX (Average Directional Index: วัดความแข็งแรงของแนวโน้ม) ใกล้ 8 แนวรับ (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อ) แถว 5,000 แล้ว 4,850 แนวต้าน (resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขาย) ที่ 5,100ภาพรวมกรอบราคาและกลยุทธ์
เรามองว่าทองคำติดอยู่ในกรอบแคบ ยังผ่าน 5,100 ดอลลาร์ได้ยาก แต่มีแนวรับแข็งแกร่งแถว 5,000 ดอลลาร์ ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแรงของเดือนมกราคมทำให้ตลาดลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยเฟดในทันที จึงกดราคาทองไว้ ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านยังช่วยพยุงราคาเพราะแรงซื้อจากสินทรัพย์ปลอดภัย ข้อมูลล่าสุดย้ำมุมมองระมัดระวัง โดยรายงานจ้างงานเดือนมกราคมสัปดาห์ก่อนระบุว่ามีตำแหน่งงานเพิ่ม 225,000 ตำแหน่ง ทำให้อัตราว่างงานยังต่ำที่ 3.6% เมื่อรวมกับ CPI ล่าสุดที่ยังอยู่ที่ 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-over-year: เทียบเดือนเดียวกันของปีก่อน) จึงทำให้เฟดไม่มีเหตุผลให้รีบลดดอกเบี้ย ภาวะเศรษฐกิจแข็งแรงและเงินเฟ้อยังสูงสนับสนุนแนวคิด “ดอกเบี้ยสูงอยู่นาน (higher-for-longer: คงดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดเคยคาด)” สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ภาพแบบนี้ทำให้ “ขายความผันผวน” (selling volatility: กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาเคลื่อนไหวน้อย มักทำผ่านการขายออปชัน) อาจเหมาะในอีกไม่กี่วัน หากทองถูกตรึงในกรอบ กลยุทธ์ออปชันที่ได้กำไรจากการแกว่งน้อย เช่น ขายสแตรดเดิลหรือสแตรงเกิล (straddle/strangle: การขายออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลงเพื่อเก็บค่าเบี้ย) แถว 5,050 ดอลลาร์ อาจสร้างรายได้จาก “ค่าเบี้ยที่ลดลงตามเวลา (premium decay/time decay: ค่าออปชันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป)” ความผันผวนต่ำตามสัญญาณเทคนิคสนับสนุนมุมมองนี้ จนกว่าจะมีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรอบถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้องระวังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าที่ผู้ผลิตขาย เป็นอีกตัวชี้วัดเงินเฟ้อ) และยอดค้าปลีกสัปดาห์หน้า เราเห็นหลายครั้งในปี 2025 ว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ “ออกมาเกินคาด” สามารถทำให้ราคาทะลุกรอบได้ และ PPI ที่ร้อนแรงอาจทำให้ทองหลุดจากช่วงสะสม (consolidation: ช่วงราคาแกว่งในกรอบเพื่อสะสมแรง) ได้ง่าย หากตัวเลขออกมาร้อนกว่าคาด ทองมีโอกาสหลุดต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ แต่ถ้าออกมาเย็นกว่าคาด ก็อาจเป็นแรงช่วยให้ผ่านแนวต้าน 5,100 ดอลลาร์ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังมีต่อเนื่องและไม่ควรมองข้าม ทำให้การซื้อคอลออปชันอายุยาวที่อยู่นอกมูลค่า (longer-dated, out-of-the-money call options: ออปชันซื้อที่หมดอายุไกลและราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เป็นประกันความเสี่ยงด้านขาขึ้น) เป็นตัวป้องกันกรณีสถานการณ์ตึงเครียดปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน ย้อนดูปฏิกิริยาตลาดหลังเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซปลายปี 2025 ที่ทองพุ่งเกือบ 4% ในวันเดียว การมีการป้องกันความเสี่ยงด้านขาขึ้นบางส่วนด้วยต้นทุนไม่สูงจึงดูสมเหตุสมผล ในช่วงที่สถานการณ์การเมืองยังตึงเครียด สร้างบัญชี VT Markets แบบไลฟ์ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets