Policy Normalization And Rate Focus
ธนาคารกลางญี่ปุ่นกำลังปล่อยให้ “งบดุล” (balance sheet: ขนาดสินทรัพย์ที่ธนาคารกลางถือ เช่น พันธบัตรที่ซื้อสะสม) และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวค่อย ๆ กลับไปใกล้ระดับปกติ ในเดือนมีนาคม 2024 ได้ปรับกรอบนโยบาย ตั้งแต่มีนาคม 2024 จุดสนใจกลับมาที่ดอกเบี้ยระยะสั้นในฐานะเครื่องมือนโยบายหลัก ขณะที่ให้ตลาดเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ยระยะยาว เดิม BoJ วางแผนจะลดการซื้อพันธบัตรรายเดือนลงเพิ่มอีกไตรมาสละ 400,000 ล้านเยน (JPY 400 bln) ตั้งแต่กรกฎาคม 2024 Rabobank ยังคงคาดการณ์ USD/JPY ระยะ 12 เดือนที่ 145 ชี้ว่าเยนมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป มุมมองนี้ยังสะท้อนผลตอบแทน JGB ที่สูงขึ้น (JGB: Japanese Government Bonds หรือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น) อุปสงค์จากต่างชาติที่ดีขึ้น และคาดว่า BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้ สมมติฐานที่เคยผลักให้ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบเยนช่วงปลายปี 2025 กำลังถูกตลาดทบทวนใหม่ “Takaichi trade” ที่เริ่มหลังการเลือกตั้งผู้นำพรรค LDP เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ดัน USD/JPY ขึ้นจากแถว 147.70 เรายังคงมองว่าเยนมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปไปสู่ 145 ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าImplications For Markets And Positioning
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับ BoJ ที่มีท่าทีมั่นใจมากขึ้น หลังการขึ้นดอกเบี้ยปลายปีที่แล้ว ผู้ว่าการอุเอดะยังคงท่าทีเข้มงวด และยิ่งชัดขึ้นจาก “ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานระดับประเทศ” (national core CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ตัดรายการผันผวนบางส่วนออก) เดือนมกราคมที่ออกมา 2.4% สูงกว่าที่คาด รายงานเบื้องต้นจากการเจรจาค่าจ้าง “ชุนโตะ” (shunto: การเจรจาค่าจ้างประจำปีของสหภาพแรงงานญี่ปุ่นกับนายจ้าง) ที่บ่งชี้ว่าค่าจ้างเฉลี่ยอาจเพิ่มมากกว่า 4.5% ก็สนับสนุนโอกาสที่ BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้ นี่เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้นโยบายกลับสู่ภาวะปกติที่เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2024 เมื่อ BoJ หันมาเน้นดอกเบี้ยระยะสั้น และปล่อยให้ตลาดกำหนด “ผลตอบแทน” ระยะยาว (yields: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร) ส่งผลให้ “ส่วนต่างผลตอบแทน” (yield differential: ช่องว่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรสองประเทศ) ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (US 10-year Treasuries) และ JGB อายุ 10 ปี แคบลงแล้ว 25 เบสิกพอยต์ (basis points: หน่วย 0.01%) ตั้งแต่ต้นปี ทำให้การถือเยนน่าสนใจขึ้น อีกฝั่งหนึ่งของคู่เงิน ความคาดหวังต่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: Federal Reserve) อ่อนลง ข้อมูลล่าสุดของสหรัฐ เช่น รายงาน Non-Farm Payrolls (NFP: จำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตร) ที่ชี้ว่าการจ้างงานชะลอลงมาอยู่ที่ 155,000 ทำให้ “สัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยเฟด” (Fed funds futures: สัญญาที่สะท้อนความคาดหวังดอกเบี้ยนโยบายของเฟด) สะท้อนโอกาส 60% ที่จะลดดอกเบี้ยภายในเดือนมิถุนายน ความต่างทิศทางนโยบายของธนาคารกลางนี้สร้างแรงกดดันต่อ USD/JPY สำหรับผู้เทรด “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) ภาวะเช่นนี้บ่งชี้ว่าควรวางสถานะเพื่อคาดว่า USD/JPY จะลดลงในสัปดาห์และเดือนข้างหน้า แนวทางอาจรวมถึงการซื้อ “ออปชันซื้อเยน” (JPY calls: สิทธิในการซื้อเยน/ขายดอลลาร์ที่ราคาในสัญญา) หรือทำ “สเปรดพุตขาลง” (bearish put spreads: กลยุทธ์ใช้ออปชันพุตหลายขาเพื่อลงทุนในทิศทางลง ลดต้นทุนด้วยการขายพุตอีกระดับราคา) บนคู่ USD/JPY เพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มขาลง การขาย “คอลดอลลาร์นอกเงิน” (out-of-the-money USD calls: ออปชันคอลที่ราคาใช้สิทธิไม่เอื้อให้ทำกำไร ณ ราคาปัจจุบัน) ก็อาจใช้ได้เพื่อเก็บ “พรีเมียม” (premium: ค่าที่ได้รับ/จ่ายในการซื้อขายออปชัน) พร้อมกับคาดว่าดอลลาร์ไม่น่าจะแข็งมาก
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets