ข้อมูลการเติบโตของสหราชอาณาจักรและการคาดการณ์ลดดอกเบี้ย
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า GDP ไตรมาส 4 โต 0.1% เทียบไตรมาสก่อน (QoQ: เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) ต่ำกว่าคาด 0.2% และเท่ากับไตรมาสก่อน การเติบโตรายปีชะลอลงเหลือ 1.0% ในไตรมาส 4 จาก 1.2% และต่ำกว่าที่คาด ตัวเลขดังกล่าวทำให้ตลาดจับตาแนวโน้มของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE: ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักร) มากขึ้น โดยตลาดได้สะท้อนโอกาสการ “ลดอัตราดอกเบี้ย” (rate cut: การลดดอกเบี้ยนโยบาย) ได้เร็วถึงเดือนมีนาคม ความสนใจหันไปที่ GDP ยูโรโซน (Eurozone: กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร) ฉบับเบื้องต้นในวันศุกร์ โดยคาดว่าไตรมาส 4 จะโต 0.3% เทียบไตรมาสก่อน และไม่เปลี่ยนจากครั้งก่อน ส่วน GDP รายปีคาด 1.3% เทียบปีก่อน (YoY: เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ลดจาก 1.4% ผลสำรวจของ Reuters ระหว่าง 9–12 กุมภาพันธ์พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ 66 จาก 74 คนคาดว่า “อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก” ของ ECB (ECB deposit rate: ดอกเบี้ยนโยบายสำคัญของธนาคารกลางยุโรปที่ใช้กับเงินฝากของธนาคารพาณิชย์) จะคงที่ที่ 2.00% ไปจนถึงปี 2026 และคาดว่ายังไม่เปลี่ยนก่อนปี 2027โฟกัสที่ความแตกต่างของนโยบายการเงิน
ประเด็นสำคัญคือ “ทิศทางนโยบายการเงิน” (monetary policy: การกำหนดดอกเบี้ยและมาตรการทางการเงินของธนาคารกลาง) ของ BoE และธนาคารกลางยุโรป (ECB: ธนาคารกลางของยูโรโซน) เริ่มแยกกันชัดขึ้น แม้ตอนนี้ตลาดเคลื่อนไหวเงียบใกล้ 0.8710 แต่ช่วงที่ความผันผวนต่ำ (low volatility: ราคาแกว่งน้อย) อาจเป็นจังหวะวางแผนรับการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป ความแตกต่างของนโยบายนี้เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของคู่เงิน EUR/GBP ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ข้อมูลเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรสะท้อนการชะลอตัว ทำให้มุมมองว่า BoE จะลดดอกเบี้ยในไม่ช้าแข็งแรงขึ้น ตัวเลขเงินเฟ้อ (inflation: การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการ) ล่าสุดของเดือนมกราคม 2026 ลดลงสู่ 2.1% ต่ำกว่าเป้าหมายของ BoE จึงหนุนเหตุผลของการลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม ส่งผลให้ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures market: ตลาดสัญญาที่ตกลงซื้อขายในอนาคต) ประเมินความน่าจะเป็น 75% ต่อการลด 0.25% หรือ 25 เบซิสพอยต์ (basis point: หน่วย 0.01% ดังนั้น 25 bps = 0.25%) ตรงกันข้าม ยูโรโซนยังดูทนทานกว่า จึงหนุนการคงดอกเบี้ยของ ECB ที่ 2.00% ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี (industrial production: ปริมาณการผลิตของภาคโรงงาน/อุตสาหกรรม) เดือนธันวาคม 2025 ออกมาดีกว่าคาด โดยเพิ่ม 0.5% สะท้อนว่าเศรษฐกิจแกนหลักของกลุ่มยังไม่ชะงัก ความนิ่งนี้ทำให้เงินยูโรน่าสนใจเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่อ่อนลง เราเคยเห็นทิศทาง “ต่างกัน” ลักษณะนี้ในปี 2024 เมื่อ ECB หยุดการขึ้นดอกเบี้ย (hiking cycle: ช่วงที่ทยอยขึ้นดอกเบี้ย) ขณะที่ BoE ส่งสัญญาณอาจขึ้นอีกครั้ง ช่วงนั้น EUR/GBP ค่อย ๆ อ่อนลง แสดงให้เห็นว่าตลาดตอบสนองต่อสัญญาณนโยบายโดยตรง สถานการณ์ปัจจุบันบ่งชี้ว่าแนวโน้มอาจกลับกันและเอื้อเงินยูโร ด้วยมุมมองนี้ การซื้อออปชัน “คอล” (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคา/เวลาที่กำหนด) บน EUR/GBP เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะเพื่อรับโอกาสจากการปรับขึ้น ออปชันหมดอายุเดือนเมษายน (April expiry: วันสิ้นอายุในเดือนเมษายน) และราคาใช้สิทธิราว 0.8800 (strike price: ราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสิทธิ) ช่วยเปิดรับแนวโน้มที่คาด และจำกัดความเสี่ยงขาลง (capping downside risk: จำกัดการขาดทุนสูงสุด) วิธีนี้ได้ประโยชน์ทั้งจากราคาสปอตที่ปรับขึ้น (spot price: ราคาปัจจุบัน) และความผันผวนที่อาจเพิ่ม (pickup in volatility: ราคาแกว่งมากขึ้น) ความเสี่ยงหลักคือ GDP ยูโรโซนวันศุกร์ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งอาจกดเงินยูโรชั่วคราว ควรจับตาคำพูดแนว “เข้มงวด” (hawkish: สนับสนุนดอกเบี้ยสูง/ไม่รีบลดดอกเบี้ย) จากเจ้าหน้าที่ BoE ที่อาจทำให้ตลาดชะลอความคาดหวังการลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี จากข้อมูลสหราชอาณาจักรที่อ่อนแอช่วงปลายปี 2025 การแข็งค่าของ GBP น่าจะอยู่ไม่นาน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets