มุมมองความเสี่ยงเงินเฟ้อในเขตยูโร
งานวิจัยระบุว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อในปี 2026 เอนเอียงไปทาง “ต่ำลง” (downside: มีโอกาสต่ำกว่าคาด) ขณะที่ความเสี่ยงในปี 2027 และโดยเฉพาะ 2028 เอนเอียงไปทาง “สูงขึ้น” โดยโยงกับแรงกดดันจากการเติบโตของค่าแรง และการเติบโตของ GDP สูงกว่าศักยภาพ (GDP above potential: โตเกินระดับที่เศรษฐกิจรองรับได้โดยไม่เร่งเงินเฟ้อ) ในปี 2026 และ 2027 Nomura คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย 25bp จำนวน 2 ครั้งในปี 2028 โดยคาดไว้ในเดือนมีนาคมและกันยายน 2028 และเสริมว่ายังมีความเสี่ยงที่จะขึ้นเร็วขึ้นและขึ้นมากกว่านี้ หากแรงกดดันเงินเฟ้อรุนแรงกว่าที่คาด บันทึกอธิบายสภาพแวดล้อมที่คล้ายช่วงก่อนวิกฤตการเงิน (pre-financial crisis: ก่อนเกิดวิกฤตการเงินใหญ่) ได้แก่ ตลาดแรงงานตึงตัว อัตราว่างงานต่ำกว่าระดับสมดุล (equilibrium: ระดับที่ไม่เร่งเงินเฟ้อ) และการเติบโตสูงกว่าศักยภาพ โดยระบุว่ามีเพียงเยอรมนีที่ยังมี “กำลังการผลิตในภาคบริการ” เหลือ (spare services output capacity: ยังผลิต/ให้บริการเพิ่มได้โดยไม่ตึง) ขณะที่เขตยูโร ฝรั่งเศส และอิตาลีร้อนแรงเล็กน้อย (running modestly hot: เศรษฐกิจตึงกว่าปกติเล็กน้อย)ผลต่อกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยและ FX
เรามองว่าแรงกดดันด้านค่าแรงที่ต่อเนื่องในเขตยูโรจะเป็นฐานรองรับให้เงินเฟ้อไม่ลดลงง่ายในอีกหลายปีข้างหน้า ข้อมูลล่าสุดสนับสนุนมุมมองนี้ โดยการเติบโตของค่าแรงที่ตกลงกัน (negotiated wage growth: ค่าแรงที่เจรจาตามสัญญา) ยังอยู่ที่ 4.3% เทียบปีต่อปี (year-over-year: เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 สูงกว่าระดับที่ ECB สบายใจ (comfort zone: ช่วงที่มองว่าเหมาะสม) มาก ทำให้มีแนวโน้มสูงกว่าอย่างชัดเจนว่า ECB จะ “ขึ้นดอกเบี้ย” ไม่ใช่ “ลดดอกเบี้ย” ตลาดแรงงานยังตึงตัวมาก ซึ่งย้ำมุมมองนี้ ข้อมูลล่าสุดของ Eurostat (สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป) แสดงว่าอัตราว่างงานอยู่ที่ 6.4% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งทำให้แรงงานมีอำนาจต่อรองสูง (bargaining power: ต่อรองค่าจ้าง/สวัสดิการได้มากขึ้น) เราเชื่อว่าความตึงตัวนี้จะต่อเนื่อง และส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อในประเทศ (domestic inflation: เงินเฟ้อที่เกิดจากปัจจัยภายในประเทศ) ในปี 2027 และ 2028 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ยังมีช่องว่างระหว่างมุมมองระยะยาวนี้กับสิ่งที่ตลาดโฟกัส คือเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำลงในช่วงต้นปี 2026 แม้ความเสี่ยงเงินเฟ้อปีนี้จะเอนลง แต่ประเด็นสำคัญคือความเสี่ยงด้านขาขึ้นในปี 2027–2028 ที่ ECB จับตา ซึ่งบ่งชี้ว่าการกำหนดราคาของตลาดในปัจจุบันที่สะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยรวมราว 37bp ภายในปลายปี 2028 ยังน้อยเกินไป สถานการณ์นี้เปิดโอกาสในตราสารอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย (interest rate derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับอัตราดอกเบี้ย) เราควรพิจารณาจัดพอร์ตให้เส้นผลตอบแทนชันขึ้น (steeper yield curve: ดอกเบี้ยระยะยาวขึ้นมากกว่าระยะสั้น) วิธีหนึ่งคือทำสัญญา swap อัตราดอกเบี้ยแบบเริ่มในอนาคต (forward-starting interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยที่เริ่มมีผลในอนาคต) โดยเลือก “จ่ายดอกเบี้ยคงที่” (pay fixed: จ่ายอัตราคงที่ รับอัตราลอยตัว) ในปี 2027 หรือ 2028 เพื่อเดิมพันว่าตลาดจะปรับไปรับรู้การดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น (aggressive ECB action: ขึ้นดอกเบี้ยมาก/เร็วกว่าเดิม) ในที่สุด เราเห็นรูปแบบคล้ายกันในปี 2025 เมื่อ ตลาดกำหนดราคาการลดดอกเบี้ยไว้เร็วเกินไป แต่ไม่เกิดขึ้นเต็มที่ เพราะเงินเฟ้อภาคบริการ (services inflation: ราคาค่าบริการเพิ่มต่อเนื่อง) ลดลงยาก ประสบการณ์นั้นชี้ว่าไม่ควรมองต่ำไป (underestimating: ประเมินต่ำเกิน) ต่อความตั้งใจของ ECB เมื่อเจอแรงกดดันด้านราคาภายในประเทศที่ยังต่อเนื่อง สภาพเศรษฐกิจตอนนี้ที่เติบโตเกินศักยภาพในหลายประเทศของยูโรโซน (Eurozone: กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร) ยกเว้นเยอรมนี ให้ความรู้สึกคล้ายยุคก่อนวิกฤตการเงิน มุมมองนี้น่าจะช่วยหนุนค่าเงินยูโร (Euro: เงินสกุลยูโร) ในระยะกลาง เมื่อในที่สุดตลาดเปลี่ยนโฟกัสจากความอ่อนลงชั่วคราวในปี 2026 ไปสู่ภาพจริงที่เข้มงวดกว่า (hawkish: เอนเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ) ในปี 2027–2028 เงินยูโรน่าจะกลับมาแข็งแรง ดังนั้น การใช้สัญญาออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) เพื่อสร้างสถานะซื้อยูโร (long EUR positions: ถือฝั่งได้ประโยชน์เมื่อยูโรแข็ง) เทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายมากกว่า (dovish: เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจ) อาจเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets