มุมมองการลดดอกเบี้ยเปลี่ยน
หุ้นเทคโนโลยีที่ไม่เกี่ยวกับ AI (ปัญญาประดิษฐ์) และกลุ่มที่เกี่ยวข้องหลายตัวปรับลงหลังอัปเดตผลประกอบการ หุ้นที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ Robinhood (HOOD), Shopify (SHOP), Lyft (LYFT), Astera Labs (ALAB) และ Unity Software (U) Astera Labs ร่วง 20% โดยตลาดจับตา “อัตรากำไรขั้นต้น” (gross margins: กำไรหลังหักต้นทุนขาย) ในอนาคตและความร่วมมือกับ Amazon (AMZN) Unity ร่วง 30% จาก “แนวทางคาดการณ์รายได้” (revenue guidance: ตัวเลขรายได้ที่บริษัทบอกแนวโน้มล่วงหน้า) ขณะที่ Robinhood ลดลง 13% หลังรายได้รายไตรมาสต่ำกว่าคาด Centrus Energy (LEU) ลดลง 19% หลังผลรายไตรมาสต่ำกว่าที่คาด Shopify ลดลง 13% หลังคาดการณ์ “กระแสเงินสดอิสระ” (free cash flow: เงินสดที่เหลือหลังค่าใช้จ่ายและการลงทุนจำเป็น) ไตรมาส 1 อยู่ในระดับ “หลักสิบต้นถึงกลาง” (ประมาณ 10–16%) เทียบกับมาร์จิน 17% ที่วอลล์สตรีทคาด เมื่อรายงานงานเดือนมกราคมออกมาแข็งแกร่ง ความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed ถูกเลื่อนจากมิถุนายนไปกรกฎาคม ตลาดสะท้อนทันที โดย “ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี” (2-year Treasury yield: ดอกเบี้ยที่ตลาดเรียกร้องจากพันธบัตร 2 ปี) กระโดด 15 “เบซิสพอยต์” (basis points: หน่วย 0.01%) ไปที่ 4.55% เพราะนักลงทุนให้น้ำหนักว่า “ดอกเบี้ยจะสูงนานขึ้น” สถานการณ์นี้ชี้ว่าผู้เทรดควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการเลื่อนลดดอกเบี้ย เช่น ซื้อ “พุท” (put options: สิทธิขายในราคาที่กำหนด) บน ETF พันธบัตรที่ไวต่อดอกเบี้ยการย้ายเงินในกลุ่มเทคฯ ชัดขึ้น
กำลังเกิดการแยกตัวชัดเจนและ “รุนแรง” ในกลุ่มเทคโนโลยี โดยบริษัทที่ไม่ใช่ AI ถูกขายหนัก ขณะที่บริษัทที่เน้น AI ยังพอประคองได้ การย้ายเงินนี้คล้ายกับการปรับมูลค่าหุ้นใหม่ที่เกิดในปี 2022 ทำให้เกิดโอกาสทำ “คู่เทรด” (pairs trades: เปิดสถานะซื้อหนึ่งอย่างและขายอีกอย่างเพื่อเล่นส่วนต่าง) แนวคิดคือซื้อ “คอล” (call options: สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) ของกลุ่มผู้นำด้าน AI พร้อมกันกับซื้อพุทบน ETF ที่อิงหุ้นซอฟต์แวร์แบบเดิม เช่น iShares Expanded Tech-Software Sector ETF (IGV) การร่วงแรงในวันเดียวของหุ้นอย่าง Unity Software (U) 30% และ Astera Labs (ALAB) 20% สะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับ “ความสามารถทำกำไร” และความเสี่ยงจาก AI มากขึ้น สำหรับผู้เทรด นี่หมายถึงการซื้อพุทในหุ้นเทคฯ ที่ไม่ใช่ AI และยังไม่ประกาศผลประกอบการอาจเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่า การเคลื่อนไหวใหญ่เหล่านี้บอกว่า “ความผันผวนที่คาดไว้” (implied volatility: ระดับผันผวนที่สะท้อนในราคาตัวเลือก) แม้สูง แต่ยังอาจไม่สะท้อนความเสี่ยงขาลงของบริษัทที่ให้แนวโน้มธุรกิจอ่อนแอ แม้ดัชนีตลาดใหญ่ ๆ อย่าง S&P 500 จะดูนิ่ง แต่ภายในมีความปั่นป่วนมาก “ดัชนีความผันผวนของ CBOE (VIX)” (CBOE Volatility Index: ตัวชี้ความกลัว/ความผันผวนที่คาดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ) อยู่ที่ราว 15 ซึ่งอาจประเมินความเสี่ยงของการย้ายเงินรุนแรงในแต่ละกลุ่มต่ำเกินไป สภาพแวดล้อมนี้ทำให้การซื้อการป้องกันความเสี่ยงใน “กลุ่มที่เปราะบางเฉพาะ” น่าสนใจกว่าการซื้อป้องกันในดัชนีตลาดรวม
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets